เปิดกรุมังกร : ตอนมังกรร้ายแห่งสวนเอเดน (ภาคปลาย)
posted on 20 Aug 2005 12:55 by fantastica in MythicalCreatureสำหรับ "เปิดกรุมังกร" นี้ ตอนนี้ก็จะเป็นตอนจบของภาคที่หนึ่ง "มังกรในพระคัมภีร์" แล้วนะครับ (ที่จริงมังกรในพระคัมภีร์ยังมีอีกมาก แต่มักจะเป็นมังกร No-Name เหมือนตัวที่ถูกเซนต์จอร์จปราบไป) เสร็จแล้วคาดว่าผมคงจะเอาตำนานต่างๆ ที่มีคนเรียกร้องไว้แต่ยังไม่ได้เล่ามาเล่าอีกสักระยะก่อนค่อยเปิดกรุ "ภาคสอง" ต่อ;)
เรื่องราวทั้งหมดนี้เริ่มขึ้นเมื่อเกิดนิมิตขึ้นในสรวงสวรรค์ถึงสตรีผู้นุ่งห่มดวงตะวันเป็นอาภรณ์และมีดวงจันทร์อยู่ใต้เท้าของนาง บนศีรษะสวมมงกุฎประดับด้วยดวงดาราสิบสองดวง สตรีผู้นี้หมายถึงพระนางพรหมจารีย์มารีอาผู้ให้กำเนิดพระเยซูคริสตเจ้านั่นเอง (แต่ถ้าตีความในอีกแง่หนึ่งก็จะหมายถึงประเทศอิสราเอล)
ในขณะเดียวกันก็มีนิมิตอีกอย่างหนึ่งปรากฏบนสรวงสวรรค์ นั่นคือมังกรแดงที่มีร่างกายใหญ่มหึมา มังกรนี้มี 7 ศีรษะ 10 เขาดังที่ได้กล่าวไว้แล้วครั้งก่อน มังกรนี้เองคือซาตาน

มังกรแดง (ซาตาน) กับหญิงที่นุ่งห่มแสงอาทิตย์
ภาพจาก http://www.revelationillustrated.com/
หางของมังกรวางพาดอยู่บน 1/3 ของดวงดาวทั้งหมด (บางที่ก็ว่าบันไดขั้นที่ 3 ของสรวงสวรรค์) แล้วมันก็ขว้างดวงดาวเหล่านั้นลงไปยังโลก จากนั้นก็มาหยุดยืนอยู่หน้าสตรีนั้น เพื่อที่ว่าจะได้เขมือบบุตรของนางทันทีที่ถือกำเนิด ถ้าใครยังจำได้ในช่วงที่พระคริสต์จะประสูตินั้นซาตานต้องการจะตามล่าสังหารใช่มั้ยครับ? นี่ล่ะ มันคือข้อความช่วงนี้เลย แต่เมื่อบุตรของนาง (พระเยซู) ถือกำเนิดขึ้นแล้วก็ได้ไปยังบัลลังก์ของพระผู้เป็นเจ้า (แปลว่าแทนที่มังกรจะได้กินเด็ก ก็ได้กินแห้วแทน) ส่วนตัวนางเองก็หนีไปหลบยังสถานที่ที่พระผู้เป็นเจ้าได้เตรียมไว้ให้ อ้อ.. ลืมบอกไปเด็กนี้เห็นเขาว่า "จะเป็นผู้ปกครองชาติต่างๆ ทั้งหมดด้วยแท่งเหล็ก" ด้วยล่ะ (แล้วแท่งเหล็กนี่มันอะไรหว่า - -")
ที่จริงแล้วเรื่องหาง (tail) ของมังกรซาตานนี้มีคนเขาว่าเป็นการเล่นคำครับ เขาว่าตามความหมายจริงๆ แล้วเนื้อความตอนนี้ไม่ได้หมายถึงหาง แต่หมายถึงเรื่องที่ซาตานเอ่ยขึ้น (tale) เพื่อชักจูงให้เกิดการกบฏขึ้นบนสรวงสวรรค์นั่นเอง "ดวงดาว" ก็หมายถึงเหล่าทูตสวรรค์ครับผม เพราะฉะนั้นก็จะตีความได้ว่าซาตานได้เอ่ยยุยงให้ 1/3 ของเหล่าทูตสวรรค์ตั้งตนเป็นกบฏต่อพระเจ้า (คิดในอีกแง่หนึ่ง ศีรษะทั้ง 7 ของมังกรหมายถึงชนชาติทั้ง 7 ที่มีสัมพันธภาพกับอิสราเอลและเขาทั้ง 10 ก็คือจักรพรรดิโรมัน 10 พระองค์สุดท้าย ซึ่งจักรวรรดิโรมันนั้นตามล่าพระคริสต์) เรื่องจำนวนของทูตสวรรค์นี้บ้างก็ว่า 3 ใน 5 บ้างก็ว่า 2 ใน 3 (เช่นใน blog ของ Mabus) แต่ตามแหล่งอ้างอิงของผมเป็น 1 ใน 3 นะครับ เพราะฉะนั้นอย่าไปยึดถือเรื่องจำนวนมากนัก
แล้วซาตานยุยงเหล่าทูตสวรรค์ได้อย่างไร? ก่อนอื่นต้องขอพูดถึงทูตสวรรค์ลูซิเฟอร์ก่อนเผื่อคนที่ไม่รู้จัก ลูซิเฟอร์นี้มีสมญาเป็นโอรสแห่งรุ่งอรุณ (The Son of the Morning) เป็นสิ่งที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุดที่พระผู้เป็นเจ้าสร้างขึ้น ก่อนที่บาปจะก่อตัวขึ้นในจิตใจของเขา ด้วยความหยิ่งผยองในอำนาจและความสง่างามของตนที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลูซิเฟอร์ได้ที่นี่

ทูตสวรรค์ลูซิเฟอร์ผู้เป็นกบฏต่อพระเจ้า
ภาพจาก http://momentin.com/
ถ้าอิงตามกลุ่มที่นับว่าลูซิเฟอร์คือสิ่งเดียวกับซาตาน เหตุการณ์ตอนนี้ก็คือการที่ลูซิเฟอร์ก่อกบฏก่อนจะตกลงไปยังนรกเบื้องล่างและกลายเป็นซาตาน ถ้าอิงตามกลุ่มที่ถือว่าซาตานไม่ใช่ลูซิเฟอร์ เหตุการณ์ช่วงนี้ก็คือลูซิเฟอร์ถูกยุยงโดยซาตานให้เกิดความแคลงใจจนก่อกบฏขึ้น

สงครามระหว่างเหล่าทูตสวรรค์
ภาพจากhttp://www.tribulation.com/
และแล้วก็เกิดสงครามขึ้นบนสวรรค์ระหว่างเหล่าทูตสวรรค์ที่นำโดยเซนต์ไมเคิลกับมังกรและทูตสวรรค์ที่หลงเชื่อคำของมัน แล้วมังกรซาตานนั้นรวมทั้งเหล่าทูตสวรรค์ใต้การนำของมันก็ถูกขับลงไปยังโลก ด้วยสรวงสวรรค์ไม่ใช่ที่สำหรับมันอีกต่อไป เมื่อมังกรเห็นว่ามันตกลงไปยังโลกแล้วก็ออกตามหญิงผู้มีดวงตะวันเป็นอาภรณ์ทันที แต่สตรีผู้นั้นกลับได้รับปีกอินทรีคู่หนึ่งจากพระผู้เป็นเจ้าบินหลบหนีไปจากอสรพิษนั้น แล้วเจ้าอสรพิษก็อ้าปากพ่นน้ำออกท่วมแผ่นดิน หวังจะได้พัดเอาหญิงนั้นไปตามกระแสน้ำหลาก แต่ธรณีก็ได้ช่วยเหลือนางโดยการเปิดกว้างออกแล้วสูบเอาน้ำของมังกรนั้นไปจนสิ้น เนื้อความตอนนี้แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของซาตานในการตามล่าพระคริสต์ ที่จริงแล้วยังสามารถตีความอีกแบบซึ่งจะไปเกี่ยวข้องกับลัทธิ Antichrist ในยุโรปได้ด้วย แต่เนื่องจากเรื่องจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้นผมจะไม่พูดถึงในที่นี้ (ใครสนใจไปหาอ่านเอาเองตาม credit ที่ผมให้ไว้ใน entry ที่แล้ว)
ในตอนท้ายมังกรยิ่งโกรธหญิงผู้นี้มากขึ้นไปอีก และจะทำสงครามกับผู้สืบทอดของนางซึ่งมีบัญญัติ 10 ประการและมีสัญลักษณ์ของพระคริสต์ เรื่องราวหลังจากนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามแห่งสวรรค์แล้ว แต่จะเป็นการกล่าวถึง "ผู้จรรโลงโลกจอมปลอม" (ขอยืมศัพท์ MMR มาใช้
) ซึ่งเดี๋ยวมันจะยาวไปกันใหญ่ เป็นอันว่าผมขอปิดกรุมังกรภาคแรกไว้แค่นี้แล้วกันครับ คราวหน้าเขียนเรื่องอะไรดีนะ อีรอสกับไซคีดีมั้ย? ^ ^
ส่วน "แท่งเหล็ก" คงหมายถึง "ไม้กางเขน" กระมังคะ
#1 By ฉันไม่เคยไม่รักเธอ... on 2005-08-21 10:44