List of Outstanding Fantasy Games (1)
posted on 12 Jun 2006 14:37 by fantastica in WorldAndOutWorldและแล้วก็หมดมุกจริงๆ ครับ ไม่มีใครเสนอเรื่องอะไรให้เขียนเลย แหะๆ เพราะงั้นวันนี้ผมก็เลยว่าจะเอาเกมสไตล์แฟนตาซีที่ตัวเองชอบมานั่งไล่ให้ฟังทีละเกม (ภาคเสริมผมจะไม่พูดถึงนะ เพราะลำพังเกมก็เยอะพอละ) บางเกมหลายคนคงรู้จักกันดี บางเกมบางคนอาจไม่เคยได้ยิน แต่คิดว่าถ้าเป็นเกมเมอร์คงรู้จักกันเกือบหมดล่ะมั้ง?
Warcraft : Orcs & Humans
น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วนะครับ สำหรับ Warcraft แต่อันนี้เป็นภาคแรกของเกมในซีรีย์นี้เลยทีเดียว Orcs & Humans เป็นเกมแนว RTS เดินเรื่องอยู่ในโลกแฟนตาซี โดยมีเนื้อหาหลักๆ เกี่ยวกับสงครามระหว่างมนุษย์และออร์ค ระบบการเล่นถือว่าดีทีเดียวในสมัยนั้น แต่ความแตกต่างระหว่างฝ่ายออร์คและฝ่ายมนุษย์ยังน้อยไปหน่อย

Warcraft II : Tides of Darkness
เกมแรกบน PC ที่ผมมีวาสนาได้เล่นเลยครับ (WC ภาคแรกผมไปหามาเล่นทีหลัง) ยังคงมีแค่ฝ่ายมนุษย์กับออร์คเหมือนเดิม ระบบการเล่นพัฒนาไปจากภาคแรกค่อนข้างมาก อย่างเช่นว่าสิ่งปลูกสร้างไม่จำเป็นต้องอยู่ติดถนนอีกต่อไปแล้ว (ในภาคแรกก่อนจะสร้าง Building เราต้องสร้างถนนไว้ก่อนครับ เพราะงั้นการวางผังเมืองไว้ดีหรือไม่ดีจะมีผลค่อนข้างมาก) มนุษย์กับออร์คมีความแตกต่างกันมากขึ้น ระบบการเล่นที่แหวกแนวไปจาก RTS ทั่วๆ ไปที่เป้าหมายมีแค่สร้างทหารเยอะๆ แล้วไปไล่บอมบ์ฐานทัพฝ่ายตรงข้าม (มีระบบ Mission Objective ที่ค่อนข้างหลากหลาย)
Warcraft III : Reign of Chaos
เป็นทั้งภาคต่อที่ยอดเยี่ยมของภาคที่ 2 แต่ก็ขาดอรรถรสของความเป็น WC ในสองภาคแรกไปในเวลาเดียวกัน
ข้อดี : เพิ่มฝ่าย Night Elf และ Undead เข้ามาทำให้เกมมีความหลากหลายยิ่งขึ้น/กราฟฟิคสามมิติที่ไม่ทำให้ความเป็นตัวการ์ตูนของ 2 ภาคแรกเสียไป/แก้ไขปัญหา "ฮีโร่คือตัวถ่วง" ของภาคสองด้วยการทำ Level Up ได้ และมี Skill ที่มีประโยชน์เพิ่มเข้ามา
ข้อเสีย : จำนวน Unit ที่จำกัดทำให้ผู้เล่นอดเห็นการนำทัพใหญ่เข้าปะทะกันแบบในภาคสอง หรือแบบในเกม Starcraft/ระบบการเล่นที่แตกต่างจากภาคก่อนค่อนข้างมาก/มีความเป็นเกม RPG ค่อนข้างมาก เมื่อรวมกับข้อเท็จจริงที่ว่าไม่สามารถสร้าง Unit จำนวนมากได้ทำให้เวลาเล่นแล้วไม่ค่อยรู้สึกว่าเป็นเกมแนว RTS
Heroes of Might & Magic II : The Succession Wars
ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยเล่นภาคแรกของเกมนี้นะครับ แต่ผมไม่ประทับใจน่ะ ส่วนภาคนี้โดนใจผมตั้งแต่ที่ได้เห็นทีแรกเลยล่ะ ด้วยการรวบรวมเอาองค์ประกอบของแฟนตาซีหลายๆ ตำนานมายำรวมกันทำให้ผมเล่นได้เพลิดเพลินมาก (เพราะรู้จัก Unit ในเกมมันซะทุกตัว)
เกมนี้เป็น Turn-Based Strategy ที่ทำได้ดีมาก ฉากสงครามก็ดูเหมือนหมากรุกดี แปลกอยู่อย่างเดียวคือเกมนี้ตั้งใจออกมาเพื่อโปรโมตให้เกม Might & Magic ดังแท้ๆ แต่ไปๆ มาๆ มันดังกว่า Might & Magic
Heroes of Might & Magic III : The Restoration of Erathia
ประทับใจอีกคำรบหนึ่ง แล้วก็เป็น HoMM ภาคที่ผมชอบที่สุด (ไม่นับภาค 5 เพราะผมยังไม่เคยเล่น) ภาคนี้ฮีโร่หนึ่งคนมี 7 Unit Room เพิ่มจากภาคก่อนที่มีแค่ 5 แถมมีระบบไอเท็มอะไรที่น่าสนใจเพิ่มเข้ามาเยอะมาก กราฟฟิคก็สวย
ส่วนภาค 4 ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ รู้สึกว่าระบบมันยังไม่ค่อยลงตัว ภาค 5 นี่กระสันอยากเล่นจะตายอยู่แล้ว แต่เครื่องที่บ้านมันตกรุ่น เล่นไม่ได้ครับ T-T
Dungeon Keeper
แหม ผมล่ะถูกใจสโลแกนของเกมนี้ซะจริงๆ เชียว "Evil is good" ไม่ใช่ว่าจะสนับสนุนให้คนทำเลวกันเยอะๆ นะครับ เพียงแต่ผมไม่ชอบที่ว่าทำไมแค่เกิดเป็นออร์คเป็นโทรลล์แล้วต้องถูกมนุษย์ไล่ล่าอยู่เรื่อยเลยน่ะ การสังหารปิศาจเป็นเรื่องชอบธรรมในขณะที่ปิศาจไม่มีสิทธิ์สังหารมนุษย์?
พอแค่นี้ก่อนสำหรับเรื่องสิทธิอสุรชน (มีป่าวหว่า? ไอ้คำๆ นี้) เกมนี้เราจะได้สวมบทบาทเป็นเจ้าแห่งขุมนรก สร้าง Dungeon ของตัวเองขึ้นมา สร้างกองทัพอสูรขึ้นมา ฝึกปรือกำลังทหาร ต่อต้านเหล่าผู้กล้าที่บุกเข้ามาถึงอาณาเขตของเรา นับเป็นไอเดียที่ Creative ไม่เลวทีเดียวครับ
Dungeon Keeper ภาคแรกนี้ระบบยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ AI ของสมุนเราก็ยังโง่ไปนิด แต่ยังจัดได้ว่าเป็นเกมที่ทำได้ดีทีเดียวครับ แต่ภาคสองผมยังไม่เคยได้เล่นเลยจนบัดนี้ ใครใจดีช่วยบริจาคให้หน่อย (ล้อเล่นครับ แค่มาเล่าให้ฟังว่าเกมทำดีไม่ดีแค่ไหนก็พอ) เห็นเขาว่าจริงๆ ค่าย Bullfrog ตั้งใจจะทำภาค 3 ออกมาด้วย แต่ล้มเลิกโปรเจ็คต์กลางคันเสียก่อน น่าเสียดาย
Diablo
เป็นเกมจากค่าย Blizzard อีกแล้วที่ถูกใจผม! กับเกมแนว Action/RPG Hack & Slash อย่าง Diablo ซึ่งเปิดตัวรูปแบบการเล่นที่แหวกแนวโดยการใช้ Mouse ควบคุมตัวละครเป็นหลัก แผนที่ Dungeon ที่สุ่มใหม่ทุกครั้ง (หรือจะ Generate ใหม่ทุกครั้ง?) Quest ที่มีจำนวนมากมายจนคุณไม่อาจเล่นได้ครบในการเล่นเพียงไม่กี่ 10 ครั้ง (เพราะมันสุ่มมาอีกเช่นกัน)
ข้อเสียของเกมนี้ประการเดียวที่ผมติก็คือบอสใหญ่ไม่มีความน่าเกรงขามเลยแม้แต่น้อย แทนที่ผมจะหวาดกลัว Diablo เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมันตามหลักที่ควรจะเป็น ผมกลับต้องโกยอ้าวเพื่อหนีการรุมกินโต๊ะจากลูกสมุนของมันมากกว่า (หมาหมู่ชัดๆ)

Diablo II
เกมนี้ทำได้ดีกว่าที่ผมคาดไว้จากตอนที่เห็นใน Preview มากครับ กราฟฟิคดีขึ้นมากแต่กลับใช้เวลาโหลดน้อยจนไม่สะดุดการเล่น World ที่กว้างใหญ่ขึ้น เนื้อเรื่องที่ชวนให้ติดตามสมกับเป็นเกม RPG (ไม่ใช่แค่มุดดินฝ่ากลุ่มศัตรูเหมือนเกม Action อย่างภาคแรก) Class ที่หลากหลายทำให้แนวทางในการเล่นเปิดกว้างตามไปด้วย
อีกอย่างหนึ่งที่ชดเชยจากในภาคแรกคือเราได้มีโอกาสดวลกับ Diablo แบบ 1-1 แล้ว แถมยังเก่งเสียด้วย ท้าทายดีครับ ภาคนี้ผมเล่นซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ถ้าจะให้ติก็คงเป็นที่ในความยากระดับ Hell มีศัตรูมากไปหน่อย (แทนที่จะให้ความรู้สึกท้าทาย ผมกลับรำคาญมากกว่า เพราะเดินไปไม่ถึงไหนซะที) อาจเป็นได้ว่าตั้งใจ Support การเล่นแบบ Multiplayer มากกว่า
Baldur's Gate
เป็นเกม RPG ที่ผมชอบมากที่สุดครับ ชอบมากกว่าไฟนอลแฟนตาซีเกมโปรดของใครๆ หลายคนด้วย เกมนี้ผมคงต้องเขียนถึงยาวทีเดียวเพราะโปรดปรานมาก
เกมนี้เป็น 1 ในชุด Forgotten Realms ซึ่งยังคงยึดระบบการเล่นของ AD&D เหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนจากการเล่นกับกระดานมาเป็นเล่นบน PC เท่านั้น ใครที่ชอบเล่น AD&D อยู่แล้วคงประทับใจกับเกมนี้มาก เพราะไม่ต้องมานั่งทอยเต๋าบวกลบเลขเอาเองอีกแล้ว คอมพิวเตอร์ทำให้หมด โดยจะทำหน้าที่เป็น Dungeon Master คอยกำหนดเนื้อเรื่องและ Event ในเกม ส่วนผู้เล่นจะมีตัวเอกของเรื่องตัวหนึ่ง ให้เราเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง ร่วมผจญภัยกับ Party Member ซึ่งจะพบในเกมได้อีก 5 คน (หรือถ้าเล่น Multiplayer ก็อาจเป็นตัวละครที่เพื่อนสร้างขึ้นมา)
ข้อดี : ตัวละครเอกที่เราเป็นคนสร้างเอง ซึ่งเลือกได้ว่าจะเป็นอาชีพหรือเผ่าพันธุ์ใด/ความสมจริงที่สูงกว่าไฟนอลแฟนตาซี (ไม่ใช่ในแง่กราฟฟิค แต่เป็นในแง่ของความเป็นไปได้ในเหตุการณ์จริง)/เนื้อเรื่องลุ่มลึก ซับซ้อนซ่อนเงื่อน/การต่อสู้ในเกม กลยุทธสำคัญกว่า level มาก จึงไม่แปลกหากจะมีคนเคลียร์เกมด้วย level ต่ำติดดิน/AI ของฝ่ายตรงข้ามฉลาด ทำให้เกิดความท้าทาย/เนื้อเรื่องเปิดกว้าง เล่นได้ทั้งเป็นตัวละครฝ่ายดีและฝ่ายเลว
ข้อเสีย : เล่นยากมาก แถมศัตรูก็เก่งสุดๆ/ระบบของเกมซับซ้อนมากสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคย (คนที่เพิ่งหัดเล่นเกมตระกูลนี้อาจต้องยอมเล่นใหม่ 2-3 เที่ยวเป็นอย่างน้อย กว่าจะเริ่มรู้ว่าอะไรเป็นอะไร)/การเก็บ level ต้องอาศัยการทำ quest เท่านั้น เพราะการฆ่าฝ่ายตรงข้ามจะได้ EXP น้อยมาก ยกเว้นฆ่าตัวละครระดับฮีโร่ มังกร หรือเทพเจ้า
Baldur's Gate II : Shadow of Amn
เป็นภาคต่อที่ยอดเยี่ยมมากของ BG! ภาคนี้ผมยังเล่นอยู่เลยแม้จนถึงเดี๋ยวนี้ครับ เพราะเป็นอะไรที่สนุกมากและลงตัวสุดๆ เกมยังคงใช้ระบบ AD&D เหมือนเดิม แต่ quest และ event ต่างๆ ทำได้ดีมาก เนื้อเรื่องก็น่าสนใจสุดๆ
ข้อดี : quest ที่ดูน่าสนใจมากขึ้น/การสนทนาโต้ตอบระหว่าง NPC ใน party ของเรา/แนวทางการเล่นที่เน้นสมองมากกว่าความเร็วประสาทนิ้ว/ปริศนาที่พบบ่อยๆ ระหว่างเกมมีความท้าทายไหวพริบปฏิภาณดีมาก
ข้อเสีย : ยิ่งเล่นยากกว่าภาคแรกเข้าไปใหญ่ - -"
Age of Mythology
โดยปกติแล้วผมไม่ชอบเกมในตระกูล Age สักเท่าไหร่ครับ แต่เกมนี้เป็นข้อยกเว้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเอาตำนานเทพเจ้าถึงสามตำนานมายำรวมกัน ได้แก่กรีก, นอร์ส และอียิปต์ มีสิ่งมีชีวิตตามตำนาน (Mythical Creature) มาปรากฏในเกมมากมาย และเนื้อเรื่องแบบ Campaign ที่ผสมผสานระหว่างตำนานทั้งสามออกมาได้ค่อนข้างลงตัวโดยที่ตำนานไม่ได้เพี้ยนมากสักเท่าไหร่ (อย่างน้อยก็เมื่อเทียบกับ Saint Seiya)
ระบบที่เพิ่มมาจากเกม Age เกมอื่นๆ ได้แก่ระบบ Favor และ God Power ครับ ซึ่งถือว่าทำได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะ God Power นี้ใช้ทีไรก็สะใจทุกครั้งไป อย่างเช่นการสาปกองทัพฝ่ายตรงข้ามให้เป็นหมู หรือการปล่อยพายุสายฟ้าเข้ากระหน่ำใส่กองทัพฝ่ายตรงข้ามเป็นต้น แถมในระหว่างแต่ละยุคของเกมยังมีให้เลือกเทพเจ้าที่จะบูชาอีก ถูกใจคนบ้าปกรณัมอย่างผมนักแล
เตรียมพบกับ List of Outstanding Fantasy Games (2) ได้เร็วๆ นี้
(ยั๊ง ยังไม่จบง่ายๆ แค่นี้ร้อก!!!)


#1 By ปุจฉา on 2006-06-13 16:05