บล็อกนี้อยู่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution Non-Commercial No-Derivative 3.0 License

HellasTales

ไชโย! ว่างมาอัพบล็อกแล้ว! หายหน้าหายตาไปเป็นเทอมเลยนะเนี่ย คงเป็นเพราะผมลงทะเบียนเรียนซะเต็ม 22 หน่วยกิตด้วยครับเลยไม่ว่างมาเขียนบล็อกที่นี่ให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่ก็คุ้มล่ะ ได้ A มาครองสองตัวแล้ว นั่งรอประกาศผลวิชาต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ ^ ^

พอดีวันก่อนเพื่อนไปดูหนังมาครับ เรื่อง 300 อุเหม่! เห็นเราเป็นเอ็นไซโคลปีเดียไปซะอย่างนั้น กลับมาถามประวัติศาสตร์ใหญ่ คุยไปคุยมาเจ้าตัวถามถึงตำนานของโรมูลุส กษัตริย์องค์แรกของโรมัน

เอาสิครับ ขอมาก็จัดให้ ไปอ่านพร้อมๆ กันเลยก็แล้วกัน ^ ^


ในอัลบา ลองกา อามูลิอุสพระอนุชาของกษัตริย์นูมิทอร์ได้วางแผนชิงราชสมบัติของพระองค์ นูมิทอร์ผู้นี้เป็นราชาผู้สืบทอดบัลลังก์ต่อจากอัสคานิอุสบุตรแห่งเอเนียสผู้รอดชีวิตจากสงครามกรุงทรอย หลังจากที่ถูกอามูลิอุสยึดอำนาจแล้วก็ถูกสั่งคุมขัง

กระนั้นอามูลิอุสก็ยังไม่มั่นใจในความมั่นคงของบัลลังก์จึงส่งเรอา ซิลเวีย บุตรีของนูมิทอร์ไปยังวิหารแห่งเวสต้าเพื่อให้ถือครองพรหมจรรย์เป็นนักบวชหญิงของเทวีเวสต้า เนื่องจากอามูลิอุสต้องการให้เรอาไม่มีบุตร แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าเรอาโดนเทพมาร์ส (อะเรสของกรีก) เล่นจ้ำจี้จนตั้งครรภ์ไปเสียอย่างนั้น (บางตำราบอกว่าตอนที่มาร์สมาหานางเรอานั้น มาร์สอยู่ในคราบของสุนัขป่า) นางได้ให้กำเนิดบุตรฝาแฝดคู่หนึ่ง

แน่นอนว่าข่าวนี้สร้างความขัดเคืองให้กับอามูลิอุสอย่างแรง เขาสั่งให้จับนางเรอาฝังดินทั้งเป็น (เป็นการลงโทษนักบวชแห่งเวสต้าที่ละทิ้งพรหมจรรย์) แล้วนำตัวเด็กน้อยฝาแฝดใส่ตะกร้าไปทิ้งแม่น้ำไทเบอร์

เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีแม้แต่ตำนานเดียวที่เด็กคนใดก็ตามที่ถูกจับไปลอยทิ้งแม่น้ำจะตายตามที่ตัวร้ายของเรื่องต้องการ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าท่านต้องการกำจัดทายาทของศัตรูของท่านกรุณาจัดการให้ดับดิ้นเดี๋ยวนั้นเลย อย่าปล่อยให้เท้งเต้งตามยถากรรม เดี๋ยวมันรอด

ปรากฏว่าตะกร้ากลับได้รับการดูแลจากโพรวิเดนเทีย เทวีแห่งพรหมลิขิตให้ถึงฝั่งอย่างปลอดภัย (บางตำนานก็ว่าเป็นไทเบอรินุส เทพประจำแม่น้ำไทเบอร์) และได้รับการเลี้ยงดูจากนางสุนัขป่าตัวหนึ่ง (นัยว่าเป็นเมาคลีไปเสียแล้ว) ภายหลังจึงมีคนเลี้ยงแกะนามฟาอุสตูลุสมาพบเข้า แล้วพากลับไปเลี้ยงดูประหนึ่งลูกแท้ๆ ของตนที่บ้าน

ฟาอุสตูลุสและภรรยานามแอคคา ลาเรนเทียได้ตั้งชื่อให้กับฝาแฝดทั้งสองว่าโรมูลุส และเรมุส

ครั้นเมื่อเจริญวัยขึ้นสองพี่น้องก็ได้รวบรวมสมัครพรรคพวกกลับเข้าสู่อัลบา ลองกา สังหารราชาอามูลุสและคืนบัลลังก์ให้แก่นูมิทอร์อีกครั้ง

โรมูลุสและเรมุสเดินทางกลับไปยังสถานที่ที่ตนได้รับการเลี้ยงดูจากนางสุนัขป่าอีกครั้งแล้วสร้างเมืองขึ้นที่นั่น แต่ทั้งสองกลับทะเลาะกันถึงตำแหน่งที่ตั้งของปราสาทและกำแพงเมือง ในขณะที่โรมูลุสต้องการจะสร้างกำแพงบนเนินพาลาทีน เรมุสกลับต้องการจะสร้างกำแพงบนเนินอาเวนทีนซึ่งมียุทธภูมิที่ดีกว่า ทั้งสองตกลงกันไม่ได้จนในที่สุดโรมูลุสก็ลงมือสังหารเรมุสด้วยมือของตนเอง

โรมูลุสสร้างเมืองของตัวเองต่อไปจนเสร็จและขนานนามมันว่าโรมตามชื่อของตน เขาสถาปนาตนขึ้นเป็นกษัตริย์องค์แรกแห่งอาณาจักรโรม ซึ่งมีประชากรอพยพเข้ามาเรื่อยๆ จนเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่อย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา


รูปสลักนี้ด้านล่างจะเห็นพี่น้องฝาแฝดดื่มนมแม่สุนัขป่าอยู่ครับ


edit @ 2007/03/18 20:20:45

ไซคีตำหนิตัวเองที่ไม่เชื่อใจสวามีของตนจนต้องสูญเสียอีรอสไปเพียงเพราะความสงสัย เธอต้องการอีรอสกลับคืนมาจึงเฝ้าภาวนาต่อเทวีเฮร่าและเทวีดีมีเทอร์ (หรือเทวีเซเรส เทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์นั่นเอง) หากแต่ก็ไม่มีคำตอบจากเหล่าเทพเจ้า และอีรอสก็ไม่ได้กลับมาหานาง เธอจึงคิดว่าหากยอมไปเป็นข้ารับใช้ของเทวีอะโฟรไดตีซึ่งเป็นมารดาของอีรอสแล้วล่ะก็ เขาอาจจะพอใจและกลับมาหานางก็เป็นได้

แต่ไซคีไม่รู้ว่าอะโฟรไดตีนั้นโกรธเกลียดตนเองเท่าใด นอกจากการที่ผู้คนหันมาบูชานางแทนองค์เทวีแล้ว เมื่อเทวีสั่งให้อีรอสมาทำให้นางเกิดความรักขึ้นเขากลับมารักนางเสียเองอีก ยิ่งทำให้อะโฟรไดตีโกรธนางมากขึ้นเป็นทวีคูณ ด้วยเหตุนี้การกลั่นแกล้งสารพัดมาตรฐานละครน้ำเน่าจึงกลับมา อะโฟรไดตีใช้งานไซคีอย่างหนัก และบ่อยครั้งเป็นภารกิจที่ไม่สามารถจะเป็นไปได้ แต่ไซคีก็จะได้รับความช่วยเหลือจากสัตว์เล็กต่างๆ จนสามารถทำตามคำสั่งได้หมดทุกครั้ง (โอ้ มันช่าง.. สโนไวท์เสียนี่กระไร) อะโฟรไดตีโกรธมาก จึงสั่งให้นางไปเอากล่องใส่ความงาม (คาดว่าน่าจะเป็นเครื่องสำอางค์หรืออะไรสักอย่าง) มาจากเทวีเพอร์เซโฟเน่ (พรอเซอร์พิน่า ถ้าเรียกอย่างโรมัน) ชายาเจ้านรกเฮเดส

ไซคีเสียใจมาก เพราะไม่มีมรรตัยใดจะสามารถไปยังปรโลกแล้วกลับมาได้อีก นางคิดว่าหากนางไม่สามารถจะทำให้อีรอสกลับมาหานางได้แล้วสู้ยอมตายเสียดีกว่า จึงขึ้นไปบนยอดหอคอยหวังจะฆ่าตัวตาย แต่ปรากฏว่าหอคอยนั้นกลับกล่าวแก่นางถึงวิธีที่จะทำให้ภารกิจนั้นลุล่วงไปได้ (หอคอยพูดได้เนี่ยนะ O o) อย่างไรก็ตามหอคอยได้กำชับแก่นางว่าอย่าเปิดกล่องที่ได้รับมาจากเพอร์เซโฟเน่เป็นอันขาด


ภาพเพอร์เซโฟเน่ เทวีแห่งฤดูใบไม้ผลิ
ก่อนที่จะกลายเป็นราชินีแห่งโลกใต้พิภพ
(ขออภัย ไม่ทราบนามศิลปิน)

ไซคีลงไปยังโลกใต้พิภพ จ่ายค่าผ่านทางแก่ชารอนคนแจวเรือข้ามแม่น้ำสติกซ์ (แม่น้ำยมโลก) เอาขนมเค้กน้ำผึ้งไปให้เซอร์บีรุสกิน (สุนัขสามหัวเฝ้าประตูนรก บางทีก็เรียกกันว่าเคอร์เบรอส) เพื่อที่ว่านางจะได้ผ่านประตูนรกไปได้ เมื่อนางมาถึงวิมานขอเฮเดสแล้วก็ทำตามที่หอคอยแนะนำทุกอย่าง ไม่นั่งบนเก้าอี้ และเลือกกินแต่เพียงขนมปังเท่านั้นโดยปฏิเสธอาหารอย่างอื่น

ในที่สุดนางก็ได้กล่องใส่ความงามของเทวีเพอร์เซโฟเน่มา นางเดินทางกลับทางเดิมโดยให้ขนมอีกชิ้นแก่เซอร์บีรุสและจ่ายให้ชารอนอีกหนึ่งเหรียญ แต่เมื่อนางกลับออกมาจากโลกใต้พิภพได้แล้วความสงสัยของนางก็ทำเรื่องอีกจนได้ นางอยากจะรู้ว่าความงามของเหล่าเทพเจ้าเป็นอย่างไร และอยากจะลองใช้เองบ้างสักนิดหนึ่งเผื่ออีรอสจะพึงพอใจนางจึงเปิดกล่องออก แต่ทันทีที่กล่องถูกเปิดออกนางก็ตกอยู่ในห้วงนิทรา


ภาพไซคีเปิดกล่องทองคำ
วาดโดย Waterhouse, John Williams

ฝ่ายอีรอสเมื่อเวลาผ่านไปก็ลืมความโกรธที่มีต่อไซคีไปสิ้น เขารีบบินออกตามหาไซคี และในที่สุดก็มาพบนางที่นอนสลบไสลอยู่จึงปลุกนางขึ้นมา ไซคีดีใจมากที่พบหน้าอีรอสและอีรอสก็ได้ให้อภัยนางแล้ว ไซคีนำกล่องไปให้เพอร์เซโฟเน่ ส่วนอีรอสก็ไปขอร้องให้ซูสทำให้นางกลายเป็นอมตะอยู่ร่วมกับเหล่าทวยเทพ ซูสยินยอม แล้วอีรอสกับไซคีก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขนับแต่นั้นมา


ว่าจะเอามาโชว์หลายทีแล้ว แต่ก็ลืมอยู่เรื่อยเลย แบบว่าทีแรกจะเอาจำนวนผู้เยี่ยมชมที่เลขมามันสวยๆ มาโชว์เหมือนกันน่ะ แต่หลังๆ นี่หลายๆ blog โชว์กันใหญ่ ไอ้เรากลัวเดี๋ยวจะโดนหาว่าตามกระแส โชว์ไอ้นี่แทนดีกว่า ^ ^

โอ๊ะ อะไรน่ะ ขยายดีกว่า Zoom ซู้ม Zoom ~

โอ้ว มันได้อันดับสิบด้วยเรอะ O o ได้ได้ไงน่ะ
ดีใจได้ไม่นานนักอันดับก็ร่วงหลุดไปในไม่ช้า แล้วเราก็ไม่ได้เห็น fantastica ติด ท็อปเท็นอีกเลย 5555 (หัวเราะทำไม - -")

คราวหน้ามีเซอร์ไพรส์มาให้พร้อมเปิดตัว Category ใหม่ครับ จะเป็นอะไร ไว้ชมกันเอาเองก็แล้วกัน สวัสดีครับ ^ ^

ทีแรกหลงนึกว่ามีเรื่องคั่งค้างไม่ได้เล่าเสียเยอะ เช็คมาเช็คไปก็ดูจะมีค้างแต่เรื่องอีรอสกับไซคี (เพราะออร์ฟีอูสโยนไปให้คุณ LIL เล่าแล้ว) เพราะฉะนั้นก็เอาเป็นว่าหลังจากเล่าเรื่องนี้จบ คราวต่อไปผมจะมี "เซอร์ไพรส์" มาเล่าก็แล้วกันรับรองว่าหาอ่านที่ไหนอื่นไม่ได้แน่ๆ ครับ ^ ^


ก่อนจะมาพูดถึง "กามเทพ" ของเรา (อีรอส - แปลว่าความใคร่) ต้องเล่าไปถึงเทวีอะโฟรไดตีก่อนครับ อะโฟรไดตีนี่เป็นเทวีแห่งความรักและความงาม เป็นธิดาของซูสและไดโอเน่ ไดโอเน่เป็นเทวีที่อยู่มายาวนานยิ่งกว่าเหล่าเทพเจ้าแห่งโอลิมปัสเสียอีก ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าไดโอเน่เป็นเทพไททัน (เทพเจ้าร่างยักษ์) และเป็นบุตรีของโอรานอสและไกอา หรือเป็นโอเชียนิด (ธิดาแห่งท้องทะเล อาจเป็นเทพหรือเป็นแค่ภูตพรายก็ได้) และเป็นบุตรีของโอเชียนุสและทีธิสกันแน่ แต่นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ยังมีเรื่องเล่าถึงกำเนิดของอะโฟรไดตีอีกแบบ (ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับซูสและไดโอเน่เลย) ซึ่งเป็นเรื่องตั้งแต่ก่อนสมัยของทั้งเทพเจ้าไททันและเทพเจ้าโอลิมเปียน ในคราวนั้นโอรานอส (หรือยูเรนัส ถ้าเรียกอย่างโรมัน) ได้สมสู่กับไกอาและให้กำเนิดบุตรขึ้นมาจำนวนหนึ่งเป็นยักษ์และเป็นเทพไททันกลุ่มแรกของโลก โอรานอสกลัวว่าบุตรของตนจะก่อการกบฏและชิงเอาบัลลังก์แห่งเทพเจ้าไปจึงขังบุตรของตนไว้ใต้ดินทันทีที่ให้กำเนิด พึงเข้าใจว่าโอรานอสและไกอานี้คือสวรรค์และพิภพ คือท้องฟ้าและธรณี การจะกักขังยักษ์และเทพที่มีขนาดเท่ายักษ์ไว้ใต้ดินซึ่งก็คือตัวของไกอานั้น จึงทำให้ไกอาต้องทรมานแสนสาหัส ไกอาจึงสร้างมีดขึ้นมาเล่มหนึ่งทำจากโลหะอะดามันต์ (ใครเล่นเกม RPG รู้ไว้เลยครับว่า Adamantine Item ทั้งหลายนี่นะ มันมาจากตำนานกรีกนี่แหละ) แล้วมอบให้บุตรของตนไว้ เมื่อโอรานอสมาสมสู่กับไกอา โครนอส (กาลเวลา บางครั้งก็เรียกว่าโครนัส หรือโครนุส) หนึ่งในเหล่าไททันก็ใช้มีดเล่มนั้นตัดอวัยวะเพศของโอรานอสแล้วพาเหล่าพี่น้องหนีขึ้นมายังโลก (โอ้ น่าหยดหยอง) เมื่อหนีมาได้แล้วโครนอสก็โยนอวัยวะเพศของโอรานอสลงไปในทะเล ก็บังเกิดฟองทะเลขึ้นในบริเวณนั้นและเป็นเทวีอะโฟรไดตีขึ้นมา (Aphrodite - แปลว่าเกิดแต่ฟอง) หลังจากนั้นโครนอสก็ตั้งตนเป็นราชาแห่งเทพ ซึ่งถ้ามีโอกาสคงจะพูดถึงอีกในภายหลัง


กำเนิดเทวีอะโฟรไดตี วาดโดย Adolphe-William Bouguereau

อะโฟรไดตีทำตัวสมเป็นเทพแห่งความรักมากๆ ครับ เพราะเจ้าชู้ประตูดินทีเดียวล่ะ นางเป็นภรรยาของเทพเจ้าเฮเฟสทุสก็จริง (เทพเจ้าแห่งงานช่าง โรมันเรียกว่าวัลแคน) แต่ก็ยังไปมีชู้กับเทพเจ้าอะเรสและดูเหมือนว่าจะไปมีชู้กับเทพและมนุษย์อีกหลายคนด้วยถ้าผมจำไม่ผิด อะโฟรไดตีให้กำเนิดบุตรกับอะเรส5 คนด้วยกัน ได้แก่แอนทีรอส (ตัณหา), อีรอส (ความใคร่), ไดมอส (ความกลัว), โฟบอส (ตระหนก) และฮาร์โมเนีย ฮาร์โมเนียคนนี้เป็นภรรยาของแคดมุสด้วยครับ ที่จริงเรื่องชู้รักของอะโฟรไดตีมีเรื่องเล่ากันขำขันอยู่เรื่องหนึ่งด้วย เกี่ยวกับเฮเฟสทุสที่ไปจับอะเรสได้คาหนังคาเขาครับ ถ้าใครสนใจเอาไว้เล่านอกรอบก็แล้วกันครับ เล่าในนี้เดี๋ยวจะยาว

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ ก็คือว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งการบูชาอะโฟรไดตีในฐานะเทวีแห่งความงามเริ่มซาลงไป เนื่องจากมีสาวชาวมนุษย์อยู่คนหนึ่งที่ร่ำลือกันว่างามมาก งามจนองค์เทวีเองยังเทียบไม่ได้ งามขนาดที่ว่าจะมีการตั้งลัทธิบูชานางเป็นเทวีแห่งความงามแทนกันอยู่แล้ว (เอ.. นึกถึงสภาพในมหาวิทยาลัยยังไงก็ไม่รู้แฮะ เหมือนการตั้งแฟนคลับหรือเปล่านะ - -a) อะโฟรไดตีก็เลยเป็นอันกริ้วจัด สั่งให้อีรอสบุตรของตนเองไปทำให้นางต้องพบรัก แล้วอกหักให้ได้ (แก้แค้นได้น่ากลัวมาก O o) อีรอสคนนี้ก็คือที่ชาวโรมันเรียกกันว่าคิวปิดนั่นแหละครับ ชาวเราชอบจินตนาการถึงเด็กตัวเล็กๆ กันแต่ในตำนานช่วงนี้เขาโตเป็นหนุ่มแล้วนะ อีรอสมีศรธนูอยู่จำนวนหนึ่งแผลงใส่ใครคนนั้นก็จะตกหลุมรักกับคนแรกที่ตนเองพบ ที่มาของธนูนี้เอาไว้ผมจะเล่าพร้อมกับเรื่องเทพเจ้าอพอลโลในภายหลัง (แต่เป็นที่น่าสนใจนะ แผลงเท่าไหร่ไม่เคยเห็นศรจะหมดสักที)


อีรอสกับไซคีครับผม จะเห็นได้ว่าอีรอสมีปีกด้วยนะ
(เดี๋ยวเป็นเวอร์ชั่นหนุ่มหล่อแล้วจะนึกว่าไม่มี)
ผลงานของ Antonio Canova

อีรอสใช้อำนาจเทพของตนทำให้ล่องหนแล้วบินรี่ไปหาไซคี จะแอบใช้ศรจิ้มขณะนางหลับ ปรากฏว่าตอนกำลังจะจิ้มเห็นนางพลิกตัวพอดีอีรอสเลยตกใจทำศรหล่นโดนตัวเองเข้า อีรอสเลยตกหลุมรักนางไซคีไปซะเอง

กล่าวถึงบิดาของนางไซคีเห็นว่าลูกสาวของตนก็มีอายุสมควรแก่การสมรสแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครกล้ามาสู่ขอเสียที (ประมาณว่าผู้ชายบูชาเป็นเทวีแห่งความงามอย่างเดียวไม่กล้าจีบ) จึงไปรับคำพยากรณ์มาจากมิเลทุส ผลการพยากรณ์ออกมาว่าต้องนำนางไปทิ้งไว้ในภูเขา แล้วจะมีอสุรกายมารับเอานางไปเป็นภรรยา บิดาและพี่สาว 2 คนของนางก็ร่ำไห้เสียใจเป็นอย่างยิ่งแต่ก็ไม่กล้าขัดคำพยากรณ์

ไซคียืนรออยู่บนเขาอย่างโดดเดี่ยวสักพักใหญ่ก็ถูกเทพเซฟเฟอรุส เทพเจ้าแห่งสายลมตะวันตกพัดพาจากเขาไป (กรีกมีเทพเจ้าแห่งสายลม 4 องค์ แบ่งตามทิศ ได้แก่โบรีอัสเทพแห่งสายลมเหนือ เซฟเฟอรุสเทพแห่งสายลมตะวันตก โนทุสเทพแห่งสายลมใต้ และยูรุสเทพแห่งสายลมตะวันออก) แต่แทนที่จะเป็นถ้ำมืดอับอย่างที่นางคิด สถานที่ที่นางถูกพาไปกลับกลายเป็นราชวังที่ยิ่งใหญ่กว่าวังของบิดานางซึ่งเป็นกษัตริย์เสียอีก เมื่อนางต้องการสิ่งใดก็จะมีผู้รับใช้ล่องหนคอยปรนนิบัติ และอาหารที่นางรับทานก็มีรสโอชายิ่งกว่ามื้อใดที่นางเคยทาน

ในคืนแรกนางก็ได้พบกับผู้ที่จะมาเป็นสวามีนาง แต่ก็สามารถเห็นเขาเป็นเพียงเงาลางๆ เท่านั้น ร่างกายของเขาสามารถมองเห็นได้แต่ในเวลากลางคืน และจะล่องหนในเวลากลางวัน เขาบอกนางว่าวังนี้เป็นของนาง และสารภาพรักกับนาง ทุกๆ คืนเขาจะปรากฏตัวมาพบกับนาง แต่ก็จะจากไปในยามเช้า ทีแรกไซคีเกรงกลัวคนรักล่องหนของนาง แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มหลงรักมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นางยังไม่เคยเห็นหน้าเขา หรือรู้ชื่อของเขาเลย

ไซคีตั้งครรภ์ในที่สุด คนรักลึกลับได้บอกเอาไว้ว่าถ้านางเห็นหน้าเขา บุตรนี้จะเป็นมรรตัย (คือผู้ที่ต้องตาย ตรงข้ามกับอมตะ) แต่หากนางไม่ได้เห็นเขาเลยจนกระทั่งบุตรของนางคลอด บุตรนี้ก็จะเป็นอมตะ (ในตำนานกรีกผู้ที่จะเป็นอมตะก็มีแต่เทพเจ้าหรืออสุรกายเท่านั้น) ไซคีไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้ และเมื่อนางต้องพรากจากครอบครัวมาเป็นเวลานานก็ไม่ได้ขออะไรจากเขานอกจากให้ได้พบกับพี่สาวของนางบ้าง คนรักล่องหนของนางกลัวว่านางจะเหงาจึงยินยอมพาพี่สาวของนางมาพบบ้างเป็นบางโอกาส


Amor and Psyche (Psyche Receiving the First Kiss of Love)
วาดโดย Gorard, Baron François (French, 1770-1837)

พี่สาวทั้งสองของไซคีเมื่อได้มาพบกับวังอันโอ่อ่าก็อิจฉานางเป็นที่ยิ่ง นางคิดว่าหากสวามีของไซคีทอดทิ้งนางไปเมื่อใดก็จะมาสู่ขอตนแทน เมื่อทราบว่าไซคียังไม่เคยเห็นสวามีนางเลยจึงยุแก่ไซคีว่าเธอควรจะหาโอกาสแอบดูร่างกายที่แท้จริงของเขาสักครั้งหนึ่ง เพราะคนรักของนางที่แท้จริงแล้วอาจจะเป็นอสุรกายก็เป็นได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นนางก็ควรจะสังหารเขาแล้วหลบหนีออกมา ไซคีก็เชื่อ คืนนั้นนางจึงแอบเอาตะเกียงกับมีดอีกเล่มหนึ่งลอบดูหน้าคนรักล่องหนของนาง แต่แทนที่จะเห็นเป็นอสุรกายน่าเกลียดน่ากลัวนางก็พบว่าเขาเป็นชาวหนุ่มรูปงามคนหนึ่งซึ่งมีปีกสีทอง คืออีรอสนั่นเอง

แต่อีรอสก็รู้สึกตัวในทันที เมื่อรู้ตัวว่าถูกนางไซคีเห็นเสียแล้วก็ได้กล่าวแก่นางว่า "ความรักและความแคลงใจไม่อาจอยู่ร่วมกันได้" แล้วก็บินกลับไปยังโอลิมปัส ไซคีเสียใจเป็นอย่างมากที่ได้ทำเช่นนั้น และมุ่งมั่นจะต้องตามหาอีรอสให้พบอีกครั้งให้ได้ เพราะนางก็รักเขาเสียแล้ว ฝ่ายพี่สาวทั้งสองของนางเมื่อทราบว่าสวามีของไซคีได้จากไปแล้วก็กระโดดลงจากหน้าผาทันที หวังจะให้เทพเซฟเฟอรุสมารับไปวังศักดิ์สิทธิ์ แต่ปรากฏว่างวดนี้เทพเซฟเฟอรุสไม่มารับเลยตกผาตายทั้งสองคน


ที่เหลือเอาไว้มาลุ้นกันต่อคราวหน้าก็แล้วกันครับว่ารักครั้งนี้จะสมหวังหรือไม่อย่างไร เริ่มยาวซะแล้ว^ ^


edit @ 2005/08/27 22:25:27
edit @ 2005/08/29 21:02:16