posted on 02 Sep 2005 19:52 by fantastica in Magick
กลับมาพร้อมเซอร์ไพรส์ตามสัญญาครับ แต่ไม่มี category ใหม่เพราะดูเหมือน exteenจะอนุญาตให้มี category สูงสุดได้แค่ 8 T T
ก่อนที่จะถามผมว่าเซอร์ไพรส์งวดนี้คืออะไรก็ขอให้ตามอ่านไปเรื่อยๆ ก่อนก็แล้วกันนะครับ อ่านไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะถึงบางอ้อเองละ คราวนี้ผมจะขอพูดถึง "หินนักปราชญ์" ที่แฟนๆ แฮรี่ พอตเตอร์รู้จักกันดีอยู่แล้ว และยังมีบทบาทสำคัญในการ์ตูนเรื่องหุ่นเชิดสังหาร ในฐานะ "ศิลาไร้กระด้าง"

ภาพหินนักปราชญ์ (Philosopher's Stone) ภาพนี้ไปตบมาจากแถวไหนจำไม่ได้แล้วครับ เอามาให้ดูไปงั้นเองแหละ:P แต่ก็ช่างมันเถอะครับ เพราะจริงๆ แล้วหน้าตามันจะเป็นอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ได้ เพราะหินนักปราชญ์ถือเป็นสุดยอดของวิชาเล่นแร่แปรธาตุทางฝั่งยุโรปเชียวครับ (ที่ในเรื่องหุ่นเชิดสังหารเรียกว่าวิชา "เร็งคิวจูสสึ" นั่นแหละ) คุณสมบัติของมันมีอยู่ 2 อย่างด้วยกันครับ อย่างแรกคือเปลี่ยนโลหะบางชนิดที่เรียกว่าโลหะพื้นฐานให้เป็นทองได้ (โดยมากมักเป็นตะกั่ว)อีกอย่างก็คือการสังเคราะห์ "น้ำอมฤต" (หรือ Aqua Vitaeเป็นภาษาละติน แปลว่าน้ำแห่งชีวิต) ซึ่งว่ากันว่ารักษาได้สารพัดโรคและทำให้มนุษย์มีชีวิตยืนยาวได้ ตำนานน้ำอมฤตนี้มีอยู่ทั่วโลกครับ ยกตัวอย่างเบาะๆ ก็จักรพรรดิจีนหลายพระองค์เคยสั่งทหารออกตามหาน้ำอมฤตมาแล้ว แม้แต่สุนทรภู่ของไทยเองก็เคยฝักใฝ่ในวิชาเล่นแร่และออกตามหาน้ำอมฤตเช่นกัน ส่วนทางฝั่งอินเดียก็มี "น้ำโสมทิพย์" ที่เชื่อกันว่าเป็นที่มาของชีวิตอมตะของเหล่าเทวดาในปุราณะ ที่จริงยังมีอีกเยอะครับ แต่คิดว่าเล่าแค่นี้ก็พอก่อนแล้วกัน
ด้วยเหตุนี้เองเจ้าหินนักปราชญ์นี่จึงเป็นที่ต้องการของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยากรวย หรือบรรดาพวกที่ปรารถนาชีวิตนิรันดร์ทั้งหลายต่างก็ออกตามหา และยังเป็นความฝันสูงสุดของเหล่านักเล่นแร่อีกต่างหาก ทีนี้เรามาดูกันว่าแล้วเจ้าหินประหลาดนี่มันถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร นักเล่นแร่ในอดีตเชื่อว่า "ปรอท" และ "กำมะถัน" เป็นตัวแทนของเพศหญิงและชายครับ (ไม่ต้องมาถามผมนะว่าอันไหนชายอันไหนหญิง ผมก็หาอวัยวะเพศมันไม่เจอเหมือนกัน - -") และยังเป็นธาตุที่เป็นตัวแทนของ "ดวงอาทิตย์" และ "ดวงจันทร์" อีกด้วย และหินนักปราชญ์ก็คือเครื่องหมายของการรวมเป็นหนึ่งของสัญลักษณ์ทั้งสองนั่นเอง (พูดง่ายๆ ว่าสมบูรณ์เพศ) จะว่าไปแล้วถึงกับเชื่อกันว่ามันเป็นการสมรสกันทางเคมีเชียวครับ อันนี้ไม่ได้เล่นมุกด้วยนะเนี่ย

วิธีการก็คือเขาจะเอาปรอทที่เตรียมไว้ ซึ่งเรียกว่า "ปรอทสำเร็จ" มาใช้แยกเอาแก่นกำมะถันออกครับ แก่นกำมะถันที่ได้นี้จะมีสีเหลืองเข้ม เรียกว่า "หินนักปราชญ์" (อ้าว แล้วทำไมรูปที่ผมไปเอามามันสีแดงหว่า ฐานข้อมูลตีกันเองซะแล้ว 555) ภาพข้างบนแสดงให้เห็นถึงความพยายามของนักเล่นแร่ในการผสมผสานปรอทที่ว่ากับตะกั่วครับ หลังจากที่ได้หินนักปราชญ์มาแล้วเขาก็จะใช้ปรอทสำเร็จมาแยกเอาแก่นตะกั่วออกบ้าง สารที่ได้นี้เรียกว่า "ธาตุที่หนึ่ง" เมื่อนำธาตุที่หนึ่งนี้มาหลอมรวมกับหินนักปราชญ์ในอุณหภูมิสูง (ว่ากันว่าต้องสูงขนาดที่ว่าตัวซาลาแมนเดอร์ซึ่งเป็นสัตว์ในนิยายชนิดหนึ่ง ชอบความร้อน ยังต้องดิ้นพล่าน) จะได้ทองคำสุกปลั่งออกมา ซึ่งในขั้นตอนการทำหินนักปราชญ์นี้หากผู้ทำมีจิตไม่แข็งพอ (ใช้พลังจิตด้วยหรือนี่ O o) หินนักปราชญ์ที่ได้จะมีสีอ่อน หรือซีดจางผิดปกติ ธาตุที่ออกมาแทนที่จะเป็นทองก็อาจได้ เงินหรือเกลือแทน ยิ่งไปกว่านั้นหากเกิดเหตุผิดพลาด ขณะที่หลอมหินนักปราชญ์อยู่อาจจะเกิดการระเบิดขึ้นก็เป็นได้
จบเรื่องการเล่นแร่แปรธาตุฝั่งยุโรป มาพูดถึงเรื่องเซอร์ไพรส์ของเรากันดีกว่าครับ อันที่จริงแล้วเรื่องที่คล้ายๆ กับหินนักปราชญ์นี้ทางฝั่งไทยเองก็มีพูดถึงกันมานานแล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนคงไม่รู้ใช่มั้ยล่ะ คนไทยเราเรียกเจ้าสิ่งนี้ว่า "สำเร็จปรอท" ครับ (คนละอย่างกันกับปรอทสำเร็จมะตะกี้นะเอ้อ) สำเร็จปรอทก็คือปรอทธรรมดานี่ล่ะ แต่ผ่านขั้นตอนทางเล่นแร่และคาถาอาคม ทำให้มีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิปกติ คุณสมบัติของมันก็คือผู้สำเร็จจะเหาะเหินเดินอากาศได้ เมื่อได้สำเร็จปรอทแล้วขั้นต่อไปก็คือการชุบตัวให้เป็นกายสิทธิ์โดยเหาะไปยังป่าหิมพานต์ พอไปถึงจะเจอบ่อน้ำสีน้ำนมซึ่งมีเทพธิดาชื่อ "จันทรเทวี" เป็นผู้รักษาอยู่ เมื่อผู้สำเร็จปรอทเหาะไปถึงที่นั่นจะตกลงไปในบ่อ ร่างกายที่เป็นรูปมนุษย์อยู่แต่เดิมจะสูญสลายไปแล้วเกิดเป็นฟองน้ำปุดขึ้นมาลอยบนผิวน้ำ นางจันทรเทวีผู้รักษาบ่อน้ำจะคอยเอามือช้อนฟองน้ำนั้น แล้วฟองน้ำก็จะเปลี่ยนสภาพเป็นเด็กอ่อนแล้วเติบโตกลายเป็น "วิทยาธร" (ขั้นตอนพิธีชุบตัวนี้คุ้นๆ กับการตกลงไปในอควอวีเต้ไหมล่ะครับ แต่อันนั้นมันจะสลายไปเลย ถ้าอยากคงกระพันให้ดื่มเอานี่นะ) ว่ากันว่าพอเป็นวิทยาธรแล้วใครฆ่าก็ไม่ตาย เป็นแต่หมดสติไปได้พักหนึ่งพอลมพัดก็ฟื้นแบบเดียวกับหนุมาน ทั้งยังมีอายุยืนพอจะอยู่ถึงสมัยพระศรีอาริย์เชียวครับ (หวังว่าทุกท่านคงรู้จักพระศรีอาริย์ดีอยู่แล้วนะ ไม่งั้นผมต้องเล่าอีกมันจะยาวมากมายมหาศาล)

ภาพพระศรีอาริย์วัดไลย์
เป็นไงบ้างครับ เซอร์ไพรส์กันหรือเปล่าเนี่ย (งวดนี้มาบรรยากาศส่อความเป็นไทยเชียว) ถ้ายังไงคราวต่อๆ ไปผมก็ยังอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอยู่อีกพักใหญ่นะจะบอกให้ ^ ^
PS ตอบคุณ Soup : เรื่องนาร์ซิสซัสผมขอไม่เขียนนะครับ เพราะสามารถอ่านได้ที่ blog ของคุณ LIL
PPS Credit : http://www.ounamilit.comและ http://www.einstein.net/
PPPS แก้ background ให้แล้วนะครับ อ่านง่ายขึ้นหรือเปล่าเนี่ย
edit @ 2005/09/04 10:46:38
posted on 18 May 2005 13:19 by fantastica in Magick
อักษรรูนที่พบเห็นบ่อยมีทั้งหมด 24 ตัว (จริงๆ แล้วบางตำราบอกว่ามี 25 เอาไว้ผมจะบอกทีหลังว่าตัวที่ 25 นี้คืออะไร) โดยทั่วไปมักแบ่งรูนออกเป็น 3 ชุด ชุดละ 8 ตัว ได้แก่ชุดของเฟรยา ชุดของไฮม์ดัลล์ และชุดของเทียร์ คราวที่แล้วผมบอกความหมายของรูนในชุดของเฟรยาไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะมาเริ่มกันที่ชุดของไฮม์ดัลล์ ซึ่งชุดของไฮม์ดัลล์นี้บางทีก็เรียกกันว่าชุดของฮากัล (หรือชุดของฮอร์เกลที่คุณอาเมะ โนะ องงาคุพูดถึงคราวที่แล้วนั่นแหละครับ)
ความหมายของ Heimdall's Aett
(อักษรรูน 8 ตัวของเทพไฮม์ดัลล์ เริ่มที่ฮากัลลอซ์)

|
Hagalaz ฮากัลลอซ์ ออกเสียง /h/ รูนแห่งภัยพิบัติ
| ความเกรี้ยวกราดของธรรมชาติ, การทำลาย, อำนาจที่ควบคุมไม่ได้ ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือการสดุดี
|

|
Nauthiz นอธีซ์ ออกเสียง /n/ รูนแห่งความสิ้นหวัง
| ความขุ่นเคืองใจ, สับสน, ความขัดแย้ง, ความอดทน ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือสิ่งจำเป็น
|

|
Isa อีซอ ออกเสียงสระอี รูนแห่งความหนาวเย็น
| สิ่งท้าทาย, สิ่งกีดขวางทางจิตวิทยา, ความเศร้าโศก ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือน้ำแข็ง
|

|
Jera แยรอ ออกเสียง /j/ หรือ /y/ รูนแห่งฤดูกาล
| เวลาแห่งสันติและความสุข, ความหวัง, วัฏจักรของชีวิต ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือการเก็บเกี่ยว
|

|
Eihwaz อายวอซ์ ออกเสียงสระไอ รูนแห่งการคุ้มกันตน
| ความเข็มแข็ง, ความเชื่อใจได้, ความกระจ่าง, การปกป้อง ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือต้นสน
|

|
Perthro เพอร์โธร ออกเสียง /p/ รูนแห่งปาฏิหารย์
| ความลับ, การหยั่งรู้อนาคตหรือโชคชะตา, ความอุดมสมบูรณ์ของเพศหญิง ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือจอก, ช่องคลอด
|

|
Algiz อัลจีซ์ ออกเสียง /z/ รูนแห่งเขตคุ้มครอง
| โล่, การปกป้อง, ผู้พิทักษ์, การตื่นตัว ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือกวางเอลค์
|

|
Sowilo โซวิโล ออกเสียง /s/ รูนแห่งชีวิต
| ความสำเร็จ, เกียรติยศ, พลังชีวิต ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือดวงอาทิตย์
|
เสร็จแล้วก็ต่อด้วยชุดของเทียร์
ความหมายของ Tyr's Aett
(อักษรรูน 8 ตัวของเทพเทียร์ เริ่มที่ทีวอซ์)

|
Tiwaz ทีวอซ์ ออกเสียง /t/ รูนแห่งนักรบ
| เกียรติยศ, ความยุติธรรม, ความเป็นผู้นำ, ความเสียสละ, ชัยชนะ ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือเทพเทียร์, เทพเจ้าแห่งท้องฟ้า
|

|
Berkano เบอร์คาโน่ ออกเสียง /b/ รูนแห่งความเจริญงอกงาม
| การเกิด, ความอุดมสมบูรณ์, การเจริญเติบโต, การเริ่มต้นใหม่ ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือเทวีแห่งชีวิต
|

|
Ehwaz เออวอซ์ ออกเสียงสระเอ รูนแห่งอาชา
| การคมนาคม, พาหนะ, การเคลื่อนไปสู่ที่ที่ดีกว่า, ทีมเวิร์ค ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือม้า
|

|
Mannaz มานนอซ์ ออกเสียง /m/ รูนแห่งมนุษย์
| ตนเอง, ปัจเจกบุคคล, มนุษยชาติ, สังคม, ทักษะ, ความระมัดระวัง ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือคน
|

|
Laguz ลากูซ์ ออกเสียง /l/ รูนแห่งสายน้ำ
| คลื่นน้ำ, น้ำ, ทะเล, การรักษา, การเยียวยา, จินตนาการ, กระแสจิต, ความฝัน, ความไม่รู้ ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือน้ำ
|

|
Ingwaz อิงวอซ์ ออกเสียง /ง/ รูนแห่งความอุดมสมบูรณ์
| ความอุดมสมบูรณ์ของเพศชาย, Common Sense, ความอบอุ่น, ความห่วงใย ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือเทพแห่งปฐพี
|

|
Othala โอธาลอ ออกเสียง /อ/ หรือสระโอ รูนแห่งการสืบทอด
| มรดก, มาตุภูมิ, สิ่งสำคัญที่สืบทอดต่อกันมา ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือมรดก
|

|
Dagaz ดากอซ์ ออกเสียง /d/ รูนแห่งแสงสว่าง
| การตื่นขึ้น, ความระมัดระวัง, แสงตะวัน, ความหวังและความสุข ความหมายเชิงสัญลักษณ์คืออรุณรุ่ง
|
ตัวอักษรบางตัวอาจจะหน้าตาไม่เหมือนภาพใน (1) นะครับ เพราะในภาพนั้นเป็นอักษรรูนแบบที่ชาวไวกิ้งใช้ แต่ที่ผมนำมาแสดงในครั้งนี้กับครั้งก่อนหน้านี้เป็นอักษรรูนแบบแองโกล-แซคซอนซึ่งจะมีวิธีเขียนที่แตกต่างไปบ้าง
สำหรับรูนตัวที่ 25 ที่กล่าวถึงตอนต้นนะครับ คือ Blank Rune หรือรูนแห่งความว่างเปล่านั่นเอง (Rune of Void) รูนนี้ไม่มีใช้ในการทำนายหรือร่ายคาถาใดๆ คาดว่าถูกประดิษฐ์ขึ้นในช่วงปี 80 นี้เอง อย่างไรก็ดีสำหรับผู้ที่ทำการบูชารูนก็มีผู้บูชารูนตัวนี้เหมือนกันครับ โดยเชื่อกันว่าเป็นการบูชาเพื่อเอาชนะความกลัวในเบื้องลึกของจิตใจ
posted on 16 May 2005 10:38 by fantastica in Magick
ในการสลักอักษรรูนลงไปเพื่อวัตถุประสงค์ทางเวทมนต์ อาทิเช่น การปลุกเสกสิ่งของต่างๆ ด้วยอาคม เราอาจได้เห็นอักษรรูนที่มีหน้าตาประหลาดไปกว่า 24 ตัวแรกที่เรารู้จัก (แล้วก็ไม่ใช่ 3 ตัวที่ผมเพิ่มเข้ามาทีหลังด้วย) เพราะว่าบ่อยครั้งอักษรที่ใช้จะเป็นอักษรประสม (ความหมายที่ได้ก็จะเป็นความหมายประสม) สมมติว่าคุณต้องการจะสลักอักษรรูนเอาไว้ในบ้านเพื่อให้บ้านนี้ประสบความสำเร็จทางการเงิน คุณต้องสลักอักษรนี้
<- ความสำเร็จทางการเงิน
ซึ่งมีที่มาจาก
+
= 
โดย
(ทีวอซ์) มีความหมายถึง เกียรติ, ความยุติธรรม, ความสำเร็จ
และ
(เฟฮู) มีความหมายถึง โชคลาภและความมั่งคั่ง
ไม่ยากใช่มั้ยครับ?
เพียงแค่รู้ความหมายของอักษรรูนทั้ง 24 ตัวเราก็สามารถประสมอักษรกันเพื่อสร้างความหมายได้มากมายแล้ว (ที่พบเห็นบ่อยๆ คือการประสมอักษร 2-3 ตัว) อย่างไรก็ดีถ้าคุณเอาคาถารูนเหล่านี้ไปใช้แล้วไม่เกิดผลอะไรขึ้นมาก็อย่ามาโทษผมนะ ผมแค่อธิบายแนวคิดเกี่ยวกับอักษรเหล่านี้ที่ใช้มาในอดีตเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้สอนวิชาเวทมนต์นะครับ มักเกิ้ลทั้งหลายอย่าเข้าใจผิด
ความหมายของ Freja's Aett
(อักษรรูน 8 ตัวของเทวีเฟรยา เริ่มที่เฟฮู)

|
Fehu เฟฮู ออกเสียง /f/ รูนแห่งความมั่งคั่ง
| โชคลาภ, ความมั่งคั่ง, ความสุข, ความอุดมสมบูรณ์ ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือวัวเลี้ยง
|

|
Uruz อูรูซ์ ออกเสียงสระอู รูนแห่งพละกำลัง
| ความแข็งแกร่งและความเร็ว, อิสระภาพ, ความกล้าหาญ, สุขภาพ, ความต้องการทางเพศ ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือวัวป่า
|

|
Thurisaz ธูริซอซ์ ออกเสียง /th/ คล้าย the รูนแห่งความมืด
| การตอบสนอง, สัญชาติญาณ, เปลวไฟแห่งการชำระล้าง ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือยักษ์
|

|
Ansuz อันซูซ์ ออกเสียงคล้ายสระอะกับสระออปนกัน รูนแห่งข่าวสาร
| ข่าวสาร, การสื่อสาร, สัญลักษณ์, การอวยพร, ความจริง, ความรู้ ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือเทพเจ้า, โอดิน
|

|
Raidho ไรโด ออกเสียง /r/ รูนแห่งการเดินทาง
| การเดินทาง, การเปลี่ยนแปลง ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือเกวียน, รถเทียมม้า
|

|
Kenaz เคนอซ์ ออกเสียง /k/ รูนแห่งโอกาส
| การมองเห็น, ความรู้แจ้ง, การสร้างสรรค์, อำนาจแห่งแสงสว่าง ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือคบไฟ
|

|
Gebo ยีโบ ออกเสียงคล้าย /ก/ กับ /ย/ ปนกัน รูนแห่งธรรมชาติ
| ของขวัญ, การแลกเปลี่ยน, มิตรภาพ, ความสัมพันธ์ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือของขวัญ
|

|
Wunjo วูนโย ออกเสียง /w/ รูนแห่งความรุ่งโรจน์
| ความยินดี, สหาย, ความมั่งมี, ชัยชนะ, การรู้ค่า ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือความยินดี
|
วันนี้ขอจบการนำเสนอความหมายของอักษรรูนแค่ 8 ตัวแรกก่อนแล้วกันครับ เดี๋ยวจะตาลายกันซะก่อน (ผมพิมพ์จนเริ่มเหนื่อยแล้วด้วยแหละ เรื่องของเรื่อง) คิดว่าคราวหน้าน่าจะจบอักษรได้ครบ 24 ตัวแล้วจะมานั่งเปิดกรุนิทานเอามาเล่าต่อดีกว่า^^