MythicalCreature

รับปากคุณ::Materia Hunter::ไว้ว่าจะเขียนเกี่ยวกับเทพปกรณัมกรีก แล้วก็มานั่งนึกยืนนึกนอนนึกอยู่พักใหญ่ๆ ว่าจะเล่าเรื่องอะไรดีหว่า ไม่ใช่ว่าเรื่องจะเล่าไม่มีนะ แต่ไม่แน่ใจว่าเขารู้กันไปหรือยังน่ะ เพราะจะว่าไปตำนานกรีกก็เป็นอะไรที่แพร่หลายมากๆ ทีแรกก็ลังเลอยู่ระหว่าง :

  • ตำนานสร้างโลกของกรีก
  • เรื่องของออร์ฟีอูส
  • เรื่องของอพอลโลกับเฮอร์เมสสมัยเด็ก
  • เรื่องของอพอลโลกับอีรอสสมัยเด็ก
  • เรื่องของอีรอสกับไซคี

ฯลฯ

เหอะๆ ลังเลเยอะดีจังเนาะ มีตั้งหลายเรื่องแน่ะ สุดท้ายก็ตัดสินใจว่างั้นแหวกแนวไปเลยละกัน ไม่เล่านิทานแล้ว พร้อมเปิดตัว Category ใหม่ Mythical Creature สำหรับเล่าเรื่องเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในจินตนาการครับ (เรื่องกรีกผมไม่ได้เบี้ยวนะ เพราะเรื่องนี้ก็เกี่ยวกับกรีกเป็นส่วนมาก)


เข้าเรื่องๆ วันนี้ก็เลยจะลองมาเล่าสถานการณ์สมมติว่าถ้าคุณอยู่ในโลกแฟนตาซี ควรทำอย่างไรจึงจะปลอดภัยจากการกลายเป็นหิน? เพราะหลายต่อหลายครั้งที่เรามักจะได้ยินเรื่องคำสาปกลายเป็นหินหรืออะไรเทือกนั้นจากเรื่องแฟนตาซีหลายๆ เรื่อง เราจะมาเริ่มจาก :

1. อย่าเกิดเป็นคนแคระ, โทรล หรือยักษ์ชนิดต่างๆ
เหตุผล เพราะสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะมีโอกาสกลายเป็นหินได้ง่ายกว่าเผ่าพันธุ์อื่น เพราะเมื่อพวกนี้อยู่ในอาณาเขตของอัสการ์ด (สวรรค์ตามตำนานนอร์ส) เมื่อถูกแสงตะวันส่องกระทบกายก็จะกลายเป็นหินในทันที โดยเฉพาะโทรลซึ่งถ้าเป็นใน The Lord of The Rings ล่ะก็ไม่ต้องในอัสการ์ด แค่อยู่ในมิดเดิลเอิร์ธถ้าโดนแสงอาทิตย์ก็กลายเป็นหินแล้ว
วิธีการแก้ไข คนเราเลือกเกิดกันไม่ได้นี่เนอะ ถ้าคุณเผลอเกิดมาเป็นพวกนี้แล้วล่ะก็ อย่าเผลอเดินทางไปอัสการ์ดละกัน ถ้าโชคร้ายเกิดมาเป็นโทรลก็ให้หลบเลี่ยงแสงตะวันเข้าไว้

2. อย่าให้คางคกฟักไข่ที่ไก่อายุเจ็ดปีวาง
เหตุผล มันอาจจะฟังดูบ้าๆ นะ เกี่ยวกับคางคกที่ฟักไข่ไก่ แต่อย่าลืมว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องแฟนตาซีอยู่ ไข่ไก่ที่ถูกฟักโดยคางคกอาจจะเกิดมาเป็นบาซิลิสค์หรือค็อคคาทริสอย่างใดอย่างนึง (บางตำราบอกว่ามันคือตัวเดียวกัน) คำว่าบาซิลิสค์มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า basiliskos แปลว่าราชาตัวเล็ก เพราะมันมีลักษณะเหมือนงูที่มีหงอนอยู่บนหัวเป็นรูปมงกุฏ ทำให้มันถูกกล่าวขานเป็นราชาแห่งงู ค็อคคาทริสมีลักษณะเป็นไก่งวงที่มีลำตัวตลอดหางเหมือนงู ทั้งสองชนิดมีความสามารถเหมือนกันคือ 1. สายตาของมันเป็นพิษ สามารถฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นได้ 2. มันสามารถทำให้สิ่งมีชีวิตกลายเป็นหินได้

คุณสามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ Basilisk เพิ่มเติมได้ที่นี่


วิธีการแก้ไข ถ้าคุณไม่สามารถขัดขวางการถือกำเนิดของมันได้สำเร็จ และต้องเผชิญหน้ากับมันแล้วล่ะก็ ให้มันฟังเสียงไก่ขัน บาซิลิสค์จะตกใจกลัวจนตายไปเอง หรืออีกวิธีหนึ่งคือเอากระจกส่องให้มันดูหน้าตัวเอง ทั้งบาซิลิสค์และค็อคคาทริสจะทำให้ตัวเองติดพิษตายหรือไม่ก็กลายเป็นหินไปซะเอง แต่ถ้าคุณไม่มีทั้งไก่หรือกระจกเงาอยู่ล่ะก็ สวดภาวนาเถอะ เพราะคุณไม่มีทางวิ่งเร็วไปกว่ามันได้

3. อย่าให้เลือดของเมดูซ่าหยดลงพื้น
เหตุผล เลือดทุกหยดของเมดูซ่าสามารถให้กำเนิดบาซิลิสค์ได้ จากข้อ 2. ผมคงไม่ต้องกล่าวซ้ำว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามันหยดลงพื้นสำเร็จ
วิธีการแก้ไข น่าเสียดายที่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยง (แล้วจะพูดทำไม) เพราะบาซิลิสค์พวกแรกถือกำเนิดขึ้นมาจากเลือดของเมดูซ่าเนี่ยแหละ หลังจากที่เพอร์ซูสสังหารเมดูซ่าแล้วเขาไม่ได้รองรับเลือดของเมดูซ่าเอาไว้ พวกบาซิลิสค์จึงถือกำเนิดขึ้นมา อย่างไรก็ตามในกรณีที่ปกรณัมของกรีกผิดพลาด เมดูซ่ายังไม่ตาย แล้วคุณคิดจะทำตัวเป็นฮีโร่ล่ะก็ อย่าพลาดแบบเดียวกับที่เพอร์ซูสทำไว้ล่ะ

4. บูชาเทวีเมทิส
เหตุผล หลายๆ คนคงจะสงสัยว่าเมทิสนี่ใครหว่า? แต่ถ้าผมพูดชื่อเมดูซ่าก็คงจะร้องอ๋อกันขึ้นมาทันที ที่จริงแล้วเมดูซ่าไม่ใช่สัตว์ประหลาดครับ แต่เป็นเทพธิดา แถมยังสวยเสียด้วยซี ที่จริงแล้วพวกกอร์กอนทั้ง 3 คือเมดูซ่า, สธีโน่ และยูเรียเล่นั้นเป็นเทพธิดาทั้งหมด พวกนางมีงูเลื้อยพันรอบกายและมีปีกด้วย (คือเป็นสัญลักษณ์ของทั้งความงามและความน่ากลัว) เมดูซ่าเป็นเทพธิดาแห่งปัญญาและความลึกลับแห่งเพศหญิงของกรีกในยุคแรกๆ แต่ความยอมรับนับถือกลับถดถอยลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดชาวกรีกก็ทำลายเทวสถานทั้งหมดของเมดูซ่าทิ้ง และเลิกนับถือนาง (อันนี้หมายถึงตามประวัติศาสตร์แล้วนะครับ) และแก้ไขตำนานเทพเจ้าว่านางถูกเทวีอาธีน่าสาปให้กลายเป็นกอร์กอน (คือถูกริบความเป็นเทพ) และต้องกลายเป็นสัตว์ประหลาดไป พร้อมทั้งชาวกรีกก็หันมานับถืออาธีน่าเป็นเทวีแห่งปัญญาแทน
วิธีการแก้ไข เช่นเดิมครับ ข้อนี้อยู่ในสมมติฐานที่ว่าถ้าเมดูซ่ายังไม่ตาย หากคุณไปเจอนางเข้าก็ให้นึกว่าไปทำอะไรให้นางขัดเคืองใจหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ดีหน่อย แค่คุณนับถือนางเป็นเทพเจ้าอย่างเดิมก็คงเรียบร้อยแล้วครับ แต่ถ้าคุณทำล่ะก็ คงต้องขอขมาเป็นการด่วนแล้วล่ะ แล้วผมก็ไม่แน่ใจด้วยซิว่าเทพเจ้าโบราณของกรีกองค์นี้จะใจกว้างสักแค่ไหน

เมดูซ่าสมัยยังเป็นเทพธิดา
(จริงๆ ไม่มีหางงูนะ แต่ผมหารูปที่เป็นขาไม่ได้)


แต่ถ้าใครอยากให้ผมกลับมา "เล่านิทาน" แบบเดิมก็ Request กันมาได้นะครับว่าเรื่องไหนรู้แล้ว อย่าเล่า เรื่องไหนยังไม่รู้แล้วคิดว่าสนใจจะให้ผมเล่า ฯลฯ เพราะถ้าไม่มี Request มาผมก็จะเขียนตามใจชอบละ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะเกี่ยวกับตำนานแถบไหน (Freestyle แล้วนี่) ^ ^


edit @ 2005/05/20 16:04:48
edit @ 2006/02/10 13:15:44

กลับมาเขียนต่อตามคำเรียกร้องของใครบางคนฉลองสอบเสร็จ อ้อ! ก่อนจะมาฟังนิทานกันขอแถลงถึงที่มาของ theme ที่ใช้อยู่นิดนึง ที่เห็นมันรุ่มร้อนแดงเถือกแบบนี้ก็ไม่ใช่อะไรหรอกนะ มาจากอารมณ์เจ้าของ blog เองที่มันใกล้จะสอบอยู่รอมร่อยังอ่านหนังสือไม่ทันน่ะ (ไฟลนก้น ว่างั้น) สวยไม่สวยไม่รู้ล่ะ แต่มันได้อารมณ์:P

สารภาพตามตรงว่าหลังจากสอบเสร็จแล้วไม่มีเนื้อหาอะไรในหัวเลย แต่เห็นมีคนมาง้องแง้ง เอ้ย! มา request ว่าอยากอ่านแล้วก็เลยต้องเขียน เหลือบไปดู header ตัวเองก็เลยคิดว่าจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับมังกรดีกว่า แล้วอะไรล่ะที่มันจะคลาสสิคเกินเซนต์จอร์จไปได้


ครั้งนั้นมีเมืองๆ หนึ่งชื่อว่าเซเลน่าอยู่ในลิเบีย ใกล้ๆ กับเมืองนี้จะมีทะเลสาบขนาดใหญ่อันเป็นที่อาศัยของมังกร (เสริม : มังกรฝรั่งมักจะอยู่ตามถ้ำ cavern หรือทะเลสาบ lagoon อันนี้อ้างอิงจากเกม RPG)ซึ่งทุกคนก็คงทราบดีอยู่แล้วว่าความเชื่อทางตะวันตกไม่เหมือนกับตะวันออกเราซึ่งมังกรเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ เขาถือว่ามังกรเป็นสิ่งชั่วร้ายก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่จะต้องยกกรูกันไปปราบแต่ไม่ว่าจะมีอัศวินกี่คนๆ บุกเข้าไปก็ไม่สามารถจะปราบได้ เสร็จเจ้ามังกรนี่ทุกที (อย่าลืมนะครับว่านี่มันไม่ใช่ Final Fantasy มังกรน่ะมันไม่กระจอกขนาดนั้นหรอก)

มังกรตัวนี้มีความพิเศษกว่ามังกรอยู่ทั่วไปคือลมหายใจของมันมีพิษ ถ้ามันเข้าใกล้เมืองเมื่อไหร่ชาวเมืองก็จะถูกพิษของมันล้มตายกันเป็นเบือ ก็เลยต้องหาวิธีแก้กันขึ้นมาโดยการเอาแกะไปให้มันกิน พอมันกินแกะอิ่มแล้วก็เลยไม่เข้าใกล้เมือง อืม - -


ภาพของเซนต์จอร์จ ขออำภัยที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนวาด

แต่มุกเดิมๆ มันจะใช้ซ้ำไปได้สักกี่น้ำกัน จริงไหมครับ พอมันกินแกะหมดก็ไม่มีอะไรจะเลี้ยงมัน ชาวเมืองก็ต้องเอาแพะไปประเคนให้มันอีก คราวนี้แพะหมด ก็วัว ถ่วงเวลากันไปเรื่อยตามประสา แล้วท้ายที่สุดก็ไม่มีอะไรจะเอาไปให้มันกิน ก็ต้องยอมเอาคนเนี่ยแหละ เป็นเครื่องสังเวย เออ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมนะ เครื่องสังเวยต้องเป็นผู้หญิงด้วย เอาผู้ชายไปสังเวยไม่ได้เหรอ หรือว่าเนื้อผู้ชายมันไม่อร่อย - -a

แต่ก็แน่ละถ้าขืนบอกว่า "ใครสมัครใจเป็นเครื่องสังเวย ก้าวออกมาข้างหน้า" แบบพวกทหารคามิกาเซ่ของญี่ปุ่นมีหวังก้าวถอยหลังกันหมดแหงม ใครมันจะยอมเป็น เขาก็เลยใช้วิธีเสี่ยงทายกันเอา แรกๆ มันก็ดีอยู่หรอกไม่มีปัญหาอะไร แต่เรื่องดวงเนี่ยมันไม่เข้าใครออกใคร "What can go wrong, it will." เลยมีอยู่ครั้งนึงสุ่มมาโดนเจ้าหญิงเข้าซะเองเลย

พระราชาก็ทรงพระเครียดสิครับงานนี้ จะหาใครมารับเคราะห์แทนก็ไม่ได้ เพราะกษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ (อยากคืนก็ไม่มีชาวเมืองคนไหนรับแล้วล่ะ) สุดท้ายต้องยอมส่งพระธิดาไปเป็นเครื่องสังเวยจนได้ แต่สำหรับชาวเราที่ฟังนิทานกันมาตั้งแต่ยังท่องยี่สิบม้วนไม่ได้จนตอนนี้ที่ท่อง ก-ฮ กันไม่ได้แล้วก็ยังฟังนิทานกันอยู่คงจะรู้ดีว่ามันต้องมีคนมาช่วย! ทำไมต้องช่วยแต่เจ้าหญิงฟะ ชาวบ้านชาวช่องโดนสังเวยตั้งไม่รู้เท่าไหร่ไม่รู้จักมาช่วย [-สงบสติอารมณ์-] โอเค เล่าต่อละ คนที่มาช่วยที่ว่านี่ก็คือเซอร์จอร์จ ยังครับ ยังไม่เป็นเซนต์ เขาเป็นอัศวินก็เลยมีบรรดาศักดิ์เป็นท่านเซอร์น่ะ เซอร์จอร์จนี่มาจากต่างแดนครับ ขี่ม้าผ่านมาทางบึงพอดีเป็นองค์หญิงประทับยืนกรรแสงอยู่พระองค์เดียวก็เลยตรงเข้าไปทูลถามว่าเรื่องมันเป็นยังไงมายังไงถึงมาทรงยืนกรรแสงอยู่เช่นนี้

พอทราบเรื่องทั้งหมดแล้วเซอร์จอร์จก็บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาจะปกป้องพระองค์เอง แล้วก็ทำเครื่องหมายกางเขนสีแดงอันใหญ่บนโล่ของตัวเอง แล้วพอมังกรโผล่มาเซอร์จอร์จก็ตรงเข้าไปต่อสู้กับมังกรอย่างกล้าหาญ ท้ายสุดเจ้ามังกรก็ถูกแทงด้วยหอกจนทะลุคอทีเดียว


St. George Fighting the Dragon
วาดโดย RaphaelloSanzioหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Raphael

จากนั้นเขาก็ให้เจ้าหญิงใช้เข็มขัดของพระองค์ผูกล่ามหอกจูงเจ้ามังกรเข้าไปในเมือง เสร็จแล้วเซอร์จอร์จก็จัดการฟันคอของมังกรขาดกระเด็นต่อหน้าชาวเมือง ชาวเมืองดีใจก็ร้องสรรเสริญชื่อของเขา แต่เซอร์จอร์จบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นความช่วยเหลือของพระผู้เป็นเจ้า ชาวเมืองจึงสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าแทน หลังจากนั้นชาวลิเบียก็หันมาเข้ารีตนับถือคริสต์


เรื่องของเซอร์จอร์จยังมีต่ออีก แต่พอดีกว่าครับเดี๋ยวจะยาว เอาเป็นว่าหลังจากที่เขาตายแล้วก็ได้รับการยกย่องให้เป็นนักบุญ (Saint) อ้อ! จริงๆ แล้วเรื่องของเซนต์จอร์จนี่ไม่ใช่แค่ไว้ฟังสนุกๆ นะครับ แต่มังกรน่ะทางยุโรปถือเป็นสัญลักษณ์ของความละโมบภายในจิตใจมนุษย์ เพราะฉะนั้นเรื่องของเซนต์จอร์จต่อสู้กับมังกรนี่ก็คือการต่อสู้ภายในจิตใจของมนุษย์นั่นเอง ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดที่เล่ามานี้มีอยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลครับ ใครสนใจก็ลองไปหาอ่านดูได้

PS คราวหน้าจะมาเล่าเรื่องมังกรในตำนานอื่นๆ อีก ติดตามกันให้สนุกนะครับ ^ ^

ยังไม่ไปไหนไกลจากพระคัมภีร์เลยนะครับ งวดนี้ผมจะมาพูดถึงเลไวอาธัน (Leviathan) ซึ่งมาปรากฏตัวอยู่ในนวนิยายและเกมแฟนตาซีหลายครั้งในรูปของมังกรน้ำ หรืองูทะเล (Sea Serpent) หรือจะเป็นตัวอะไรก็แล้วแต่ แต่เลไวอาธันเดิมทีเป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏตัวในวิวรณ์ครับ

Leviathan มาจากคำว่า liweyatan ในภาษาฮีบรู ซึ่งมาจากรากศัพท์ว่า lwh (คำใกล้เคียงในภาษาอาหรับคือ lwy ซึ่งแปลว่า เกลียว) หมายถึงสัตว์ที่ขดตัวเป็นเกลียว (อสย. 27:1), และมีหลายหัว (สดด. 74:14) เลไวอาธันมักถูกกล่าวถึงคู่กับเบเฮโมธ (Behemoth) ซึ่งถ้ามีโอกาสผมก็จะกล่าวถึงโดยละเอียดในภายหลัง แต่ตอนนี้จะพูดถึงบ้างเท่าที่เกี่ยวข้องกับเลไวอาธัน

ในวิวรณ์บรรยายไว้ว่าเลไวอาธันมีลักษณะเหมือนงูขนาดใหญ่ เป็นสิ่งมีชีวิตโบราณที่พระผู้เป็นเจ้าสร้างขึ้นในวันที่ห้าของการสร้างโลก มีร่างกายขนาดมหึมาเลไวอาธันถูกสร้างขึ้นในทะเลและเป็นเจ้าแห่งทะเล เช่นเดียวกับที่เบเฮโมธเป็นเจ้าแห่งผืนดิน (ที่จริงแล้วเป็นผืนทรายจะเหมาะกว่า เพราะพื้นที่เป็นทะเลทราย)
วิวรณ์ยังระบุว่าทั้งสองจะปรากฏกายขึ้นในวันสิ้นโลก ก่อนที่จะถูกพระผู้เป็นเจ้าทำลายลงไปทั้งคู่ก่อนท้องทะเลและแผ่นดินจะสูญสลายไปตามลำดับ (แต่บางตำราก็บอกว่าทั้งสองย่อยยับจากการต่อสู้กันเอง) ด้วยเหตุนี้เองเลไวอาธันจึงเป็นสัญลักษณ์ของความมืดและความวุ่นวายต่างๆ บางครั้งก็ถึงกับถูกมองเป็นอสุรกายหรือปิศาจไปเลยทีเดียว ใครไปอ่านพระคัมภีร์ก็ระวังจะงงเพราะตีความได้หลายแบบ จะเป็นความวุ่นวาย เป็นงู เป็นปลา เป็นจระเข้อะไรได้หมดขึ้นอยู่กับบริบท
นอกจากนี้แล้วเลไวอาธันยังเป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิงอีกด้วย (เพราะว่าเลไวอาธันเป็นตัวเมีย และแน่นอน -- เพศชายก็คือเบเฮโมธซึ่งเป็นตัวผู้) ดังที่ได้เขียนไว้ในอีน็อค 60:7-8

And that day will two monsters be parted, one monster, a female named Leviathan in order to dwell in the abyss of the ocean over the fountains of water; and (the other), a male called Behemoth, which holds his chest in an invisible desert whose name is Dundayin, east of the garden of Eden.

แปลกันเอาเองนะครับ ^ ^

ภาพการทำลายล้างเลไวอาธัน
ไม่ทราบชื่อศิลปิน

เลไวอาธันถูกกล่าวถึงในหลายชื่อทีเดียวครับ ตามที่อ้างอิงจากในเว็บ http://www.theserenedragon.net/จะเห็นได้ว่าชื่อต่างๆ ที่อาจหมายถึงเลไวอาธันได้มีดังนี้ : Leviathan / Abyss / Rahab / Elusive Serpent / Twisting Serpent / Livyathan / Nakhask / Rahabh / Tannin / Rager / Lotan และยังพบว่าทางตอนเหนือของประเทศซีเรียเชื่อกันว่าเลไวอาธันเป็นเทพเจ้าแห่งความชั่วร้าย แต่ก็มีหลายท้องถิ่นที่มองว่าเลไวอาธันเป็นสัตว์ประหลาดลึกลับชนิดหนึ่ง และกล่าวขานถึงความน่ากลัวของมันเช่นเดียวกับที่ชาวนอร์สกล่าวถึงคราเก้น นักเดินเรือในยุคหนึ่งมักนึกถึงเลไวอาธันตามความเชื่อนี้ และกล่าวกันว่าเรือที่ตกเป็นเป้าของเลไวอาธันจะถูกจมโดยน้ำวนขนาดใหญ่ที่มันสร้างขึ้นมา (ใครเคยเล่น Final Fantasy IV น่าจะนึกออก)

ที่จริงแล้วผมคิดว่าเป็นเรื่องน่าสนใจมากทีเดียวที่เรื่องราวของเลไวอาธันถูกกล่าวไว้ค่อนข้างละเอียดอย่างกว้างขวาง ทั้งๆ ที่ในพระคัมภีร์พันธะสัญญาเดิมกล่าวถึงเลไวอาธันไว้เพียง 6 ครั้งเท่านั้น บางครั้งก็กล่าวไว้ค่อนข้างยาว แต่หลายๆ ครั้งก็เป็นการกล่าวถึงแต่เพียงสั้นๆ อย่างไรก็ตามผมคงต้องจบการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเลไวอาธันไว้แต่เพียงเท่านี้ เพราะต้องขอสารภาพตามตรงว่าอะไรๆ ที่มาจากศาสนาคริสต์นี่ผมไม่แม่นเอาซะเลย!


Credit

http://www.theserenedragon.net/

http://www.catholic.or.th/

http://en.wikipedia.org/wiki/


แถมท้าย : ภาพเลไวอาธันในรูปแบบอื่นๆ


เวอร์ชั่นหนังสัตว์ประหลาด


เวอร์ชั่นไฟนอลแฟนตาซี


เวอร์ชั่นเมจิกเดอะเกเธอริ่ง

Favourites