บล็อกนี้อยู่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution Non-Commercial No-Derivative 3.0 License

MythicalCreature

วันนี้เราจะมาเปิดตัวมังกรแห่งความมืดตัวเอ้อีกตัวหนึ่งที่ผู้ที่ชื่นชอบเทวปกรณ์ทั้งหลายควรจะรู้จักกันครับ ชื่อจริงๆ ของมังกรร้ายตัวนี้คืออาเปป (Apep, Apepi - อาเปปิ) ตามที่ชาวอียิปต์เรียกขานกัน แต่ผมจะขอเรียกตามชื่อภาษากรีกว่า "อาโปฟิส" (Apophis) แล้วกัน เพราะฟังดูไพเราะกว่าเยอะ

แต่ก่อนที่ผมจะเล่าเรื่องของอาโปฟิส คงต้องขอเกริ่นคร่าวๆ ถึงระบบเทพเจ้าของตำนานอียิปต์เสียก่อน เพราะหลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกับตำนานของกรีกมากกว่า และ ที่ blog Fantastica นี้ก็ยังไม่เคยนำเรื่องราวของเทพอียิปต์มาเล่าให้ฟังกันเลย โดยทั่วๆ ไปเมื่อเราพูดถึงตำนานเทพเจ้าอียิปต์นั้น เราหมายถึงศาสนาแบบอาตุม-รา (Atum-Ra) แต่ที่จริงแล้วอียิปต์ยังมีการนับถือเทพอีกแบบครับ คือแบบรา-โฮรุส-อาเตน (Ra-Horus-Aten) เรียกสั้นๆ ว่าอาเตน ซึ่งการนับถือเทพเจ้าอาเตนนี้เริ่มขึ้นในสมัยฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่สี่ ภายหลังพระนามของพระองค์เป็นที่รู้จักกันในชื่ออาเคนาเตนซึ่งมีความหมายว่าผู้ถวายรับใช้เทพอาเตน น่าเสียดายที่ลัทธินับถือสุริยเทพอาเตนนี้สิ้นสุดลงหลังรัชสมัยของพระองค์เพียงไม่นานเท่านั้น (อ้าว) - สรุปว่าฟาโรห์ที่นับถือสุริยเทพอาเตนนี้มีพระองค์เดียวนะครับ ^ ^'

นอกเรื่องไปเยอะทีเดียว ที่ผมจะบอกก็คือการนับถือเทพเจ้าแบบอาเตนเป็นการนับถือพระผู้สร้างผู้ยิ่งใหญ่เพียงองค์เดียวตามแบบคริสต์ครับ ส่วนตำนานอียิปต์ตามลัทธิบูชาเทพอาตุม-ราคือแบบที่รู้จักกันโดยทั่วไป มีเทพเจ้าหลายองค์ และเป็นระบบศาสนาของอียิปต์โบราณที่คงอยู่มายาวนานมาก (มากกว่าการนับถือเทพอาเตนหลายเท่านัก)

ที่จริงแล้วอาตุมกับราเป็นเทพเจ้าคนละองค์กันครับ แต่ตามลัทธิบูชาเทพอาตุม-ราจะถือเสมือนเป็นองค์เดียวกันเรื่องของเทพอาตุมผมจะเล่าให้ฟังในภายหลังเมื่อมีโอกาส (รวมถึงเทพอาเตนด้วย) เราพูดถึงราก่อนดีกว่าครับ จะได้เล่าเรื่องอาโปฟิสต่อไปได้

จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นเทพรา-โฮรุส-อาเตน หรืออาตุม-รา เทพเจ้าสูงสุดของอียิปต์ก็คือสุริยเทพ ฉะนั้นกิจของสุริยเทพก็เช่นเดียวกับตำนานทั่วไปครับ คือให้แสงสว่างแก่โลกมนุษย์ ทุกวันราจะเสด็จออกจากเฮลิโอโปลิส (Heliopolis - นครแห่งตะวันในภาษากรีก) โดยทรงเรือสุริยันเป็นราชพาหนะเพื่อตรวจเยื่ยมราษฎรในแคว้นทั้ง 12 แคว้น ทำให้เกิดแสงอาทิตย์ตลอด 12 ชั่วโมงใน 1 วัน (การแบ่งช่วงเวลา 1 วันเป็น 24 ชั่วโมง อียิปต์เป็นผู้ริเริ่มครับ)

กล่าวถึงราชอริแห่งรา ก็ไม่ใช่ใครอื่นคือเจ้ามังกรอาโปฟิสของเรานั่นเอง อาโปฟิสเป็นอสรพิษแห่งลุ่มน้ำไนล์ มีอีกสมญาว่าผู้โอบรอบโลก การคงอยู่ของมันมีมาตั้งแต่กำเนิดกาลเวลาก่อนหน้าการสร้างโลกของเทพราเสียอีก อาโปฟิสจะแฝงกายอยู่ใต้เส้นขอบฟ้า รอเวลาเมื่อเรือสุริยันแล่นเข้ามาใกล้ก็จะปรากฏกายขึ้นเพื่อต่อกรกับเทพรา โดยราจะมีเหล่าทวยเทพคอยปกปักษ์พระองค์อยู่ใกล้ๆ เทพองค์หนึ่งที่มีอิทธิฤทธิ์มากคือเทพเซต (Set) ผู้ซึ่งภายหลังกลายเป็นเทพเจ้าผู้ชั่วร้าย ผู้ที่มาทำหน้าที่นี้จึงกลายเป็นเทพธอธ (Thoth) แทน


ภาพงูยักษ์ทางซ้ายคืออาโปฟิส
ที่เลื้อยแบบนี้เกี่ยวข้องอะไรกับสัญลักษณ์อินฟินิตี้หรือเปล่าหว่า?

ราต้องโรมรันกับอาโปฟิสทุกวัน และหากคราวใดฝ่ายเทพพลาดพลั้ง เสียทีอาโปฟิส ก็จะเกิดเหตุอาเพศต่างๆ เป็นต้นว่าเกิดพายุฟ้าคะนอง แผ่นดินไหวขึ้น หรือถ้าอาโปฟิสสามารถเขมือบเรือสุริยันได้กลางวันแสกๆ ก็จะเกิดเป็นสุริยุปราคาขึ้น แต่เพราะเหล่าเทพอารักษ์ล้วนมีความสามารถมาก จึงสามารถช่วยให้เทพราออกมาเป็นอิสระได้อย่างรวดเร็ว สุริยุปราคาจึงมักจบลงภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที (ให้เหตุผลเสร็จสรรพเลยเนาะ น่าเชื่อถือจริงๆ) แต่ถึงแม้ว่าเทพราจะสามารถสังหารอาโปฟิสลงได้คราใด มันก็จะฟื้นคืนชีวิตขึ้นในค่ำคืนนั้นทุกครั้ง

อาโปฟิสไม่ได้มีดีแต่ขนาดร่างกายและอมตภาพของมันเท่านั้น อิทธิฤทธิ์ของมันเองก็ร้ายกาจไม่เป็นรองมังกรแห่งความมืดจากตำนานอื่นๆ เลย มันสามารถใช้ดวงตาของมันสะกดเหล่าเทพทั้งหลายรวมทั้งราให้ตกอยู่ใต้อำนาจของมันได้ แต่พลังนี้กลับใช้ไม่ได้ผลกับเซตซึ่งสามารถต้านทานอำนาจของมันได้ และตอบโต้มันด้วยการแทงหอกเข้าใส่ ด้วยเหตุนี้เซตจึงเป็นเทพที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาเทพที่ติดตามราไปกับเรือสุริยัน

ส่วนในระบบศาสนาของรา-โฮรุส-อาเตนนั้นก็มีเรื่องราวการต่อสู้กับอาโปฟิสเช่นเดียวกันครับ และแน่นอนว่าเทพที่เข้าโรมรันกับอาโปฟิสก็ต้องเป็นอาเตน เพราะศาสนานี้มีเทพเจ้าแค่องค์เดียว:D


Credit : http://touregypt.net/featurestories/apep.htm
เอาข้อมูลมาจากที่นี่เยอะพอควร ^ ^

ใน Dungeons & Dragons ทีอาแมทเป็นเทวีมังกรที่มี ๕ เศียร ซึ่งถึงแม้จะมีชื่อเดียวกันกับทีอาแมทของบาบิโลนแต่นอกจากการที่เป็นทั้งเทพและมังกร และเป็นผู้นำแห่งความชั่วร้ายแล้วก็ดูจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกเลย

ในโลกของ Dungeons & Dragons มังกรจะแบ่งได้เป็น ๓ พวกหลักๆ ด้วยกัน คือ Chromatic, Metallic และ Gem โดยมังกรประเภท Chromatic นั้นจะเป็นมังกรที่ชั่วร้าย มังกร Metallic เป็นมังกรฝ่ายดี ส่วน Gem เป็นมังกรชนิดพิเศษที่มีลักษณะหายาก คือมีความสามารถทางจิตเป็นพิเศษ ทีอาแมทนั้นเป็นนางพญาของมังกรฝ่าย Chromatic

    มังกร Chromatic ได้แก่มังกรที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
  1. มังกรแดง หรือมังกรไฟ อาศัยอยู่ตามภูเขา
  2. มังกรน้ำเงิน หรือมังกรสายฟ้า อาศัยอยู่ในทะเลทราย
  3. มังกรเขียว มีลมหายใจเป็นไอกรด อาศัยอยู่ในป่า
  4. มังกรดำ มีลมหายใจเป็นกรด อาศัยอยู่ในป่า หรือหนองน้ำ
  5. มังกรขาว หรือมังกรน้ำแข็ง อาศัยอยู่ในเขตอาร์คติค
  6. มังกรน้ำตาล มีลมหายใจเป็นกรด อาศัยอยู่ในทะเลทราย
  7. มังกรแสด ใช้การระเบิดเป็นอาวุธ อาศัยอยู่ในป่า
  8. มังกรม่วง ใช้พลังงานเป็นอาวุธ อาศัยอยู่ตามที่ราบ
  9. มังกรเหลือง มีลมหายใจเป็นเกลือ อาศัยอยู่ตามชายฝั่ง
    มังกร Metallic ได้แก่มังกรที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
  1. มังกรทองคำ มีลมหายใจเป็นไฟ และไอที่สามารถดูดซึมพละกำลังได้ อาศัยได้ทุกหนแห่ง
  2. มังกรเงิน มีลมหายใจเยือกแข็ง และไอที่ทำให้รู้สึกชา อาศัยอยู่ตามภูเขา
  3. มังกรสำริด มีลมหายใจเป็นสายฟ้า และไอที่มีความดันสูง อาศัยอยู่ในน้ำ
  4. มังกรทองแดง มีลมหายใจเป็นกรด และไอที่ทำให้เชื่องช้า อาศัยอยู่ตามทะเลทราย เนินเขา และหุบเขา
  5. มังกรทองเหลือง มีลมหายใจเป็นไฟ และไอที่ทำให้หลับไหล อาศัยอยู่ตามทะเลทราย และที่ราบ
    มังกร Gem ได้แก่มังกรที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
  1. มังกรอะเมธิสต์ ใช้พละกำลังเป็นอาวุธ อาศัยอยู่ในทะเลสาบตามขุนเขาที่อยู่ไกลห่างจากผู้คน
  2. มังกรแซฟไฟร์ ใช้คลื่นเสียงแหลมสูงเป็นอาวุธ อาศัยอยู่ใต้ดิน
  3. มังกรมรกต ใช้คลื่นเสียงช็อคเวฟเป็นอาวุธ อาศัยอยู่ในภูเขาไฟที่สงบแล้ว
  4. มังกรบุษราคัม ใช้การระเหยน้ำเป็นอาวุธ อาศัยอยู่ในทะเลทราย
  5. มังกรคริสตัล ใช้แสงเป็นอาวุธ อาศัยอยู่ในเขตอาร์คติค

ข้อมูลดังกล่าวแปลจากเนื้อหาบางส่วนใน Wikipedia

ใน Dungeons & Dragons นั้นถือว่ามังกรทั้งหลายถือกำเนิดขึ้นจากเทวีผู้สร้างนามไอโอ ทีอาแมทก็เป็นหน่อเนื้อเชื้อไขของไอโอเช่นกัน ทั้งยังเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของบาฮามุทผู้ปกครองมังกร Metallic ทั้งหลายอีกต่างหาก (ฮั่นแน่ ชื่อคุ้นๆ ใช่มั้ยครับ แต่พอดีบาฮามุทนั้นไม่เข้าข่าย "มังกรแห่งความมืด" น่ะ เพราะฉะนั้นคงต้องรอไปจนจบเปิดกรุภาคนี้ก่อนนั่นล่ะ ผมถึงจะมีโอกาสเขียนถึง) ทีอาแมทพำนักอยู่ในอาเวอร์นุส พื้นผิวชั้นแรกของ "นรกทั้งเก้า" ซึ่งในตอนแรกนั้น Advanced Dungeons & Dragons ได้ขนานนามนางว่าจ้าวผู้ครองอาเวอร์นุส แต่ในภายหลังได้ถูกแก้ให้เจ้าผู้ครองนรกชั้นต่างๆ นั้นเป็นพวกเบอาเทสู (baatezu) ที่มีอำนาจมากไป

อนึ่ง คำว่าอาเวอร์นุสนั้นในภาษาอิตาเลียน (สะกดแบบนี้ครับ - Avernus ถ้าผมถอดเสียงเป็นไทยไม่ตรงวานผู้รู้ท้วงติงด้วย) เป็นคำที่ใช้เรียกโลกใต้พิภพครับ ใน Dungeons & Dragons นั้นจะพยายามโยงเอาเรื่องแฟนตาซีของชาติต่างๆ มารวมให้เป็นตำนานเดียวกัน (มีแม้กระทั่งของญี่ปุ่นเชียวนะ) จึงมีชื่อของอาเวอร์นุสปรากฏอยู่ใน "นรกทั้งเก้า"

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าทีอาแมทนั้นมี ๕ เศียร แต่เศียรทั้ง ๕ ของนางนั้นไม่ได้มีรูปลักษณ์เหมือนกันเลยครับ เพราะแต่ละเศียรนั้นมีลักษณะของมังกร Chromatic ต่างสายพันธุ์กัน (มังกรดำ, มังกรน้ำเงิน, มังกรเขียว, มังกรแดง และมังกรขาว) ซึ่งแต่ละเศียรก็จะมีความสามารถของมังกรสายพันธุ์นั้นๆ อยู่ด้วย เพราะฉะนั้นทีอาแมทจึงมีอำนาจของมังกรต่างชนิดกันถึง ๕ รูปแบบอยู่ในกายเดียว ถือได้ว่าเป็นมังกรที่มีฤทธิ์มากจริงๆ ครับ


เคยโพสต์ไปแล้วทีนึง แต่ขุดมาโพสต์ใหม่
ให้เห็นกันชัดๆ อีกทีครับ ^ ^

ใน Forgotten Realms นั้นทีอาแมทเป็นหนึ่งในเทพเจ้าของ Unther ไม่กี่องค์ที่รอดชีวิตมาได้ครับ (Unther เป็นอาณาจักรในเรื่องที่ถอดแบบมาจากอารยธรรมของเมโสโปเตเมียครับ) โดยที่นางได้เคยปะทะกับเทพมาร์ดุคตามตำนานบาบิโลนที่ผมเล่าให้ฟังไปเมื่อคราวก่อนแล้วด้วยนะ

ขออภัยจริงๆ ครับที่ต้องดอง blog กะทันหันไม่บอกไม่กล่าว เพราะว่าผมอ่านหนังสือสอบไม่ทัน T-T (เพราะงั้นอย่าถามว่าผลสอบเป็นจั่งได๋)อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อมรสุมแห่งการสอบผ่านพ้นไปแล้ว เราก็มาเปิดกรุกันต่อดีกว่าครับ


ผู้ที่หลงไหลในตำนานมังกรอย่างจริงจัง หากมีความสนใจทางด้านมังกรยุโรป เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่รู้จักทีอาแมท (Tiamat) เอาละ ถ้าท่านยังไม่รู้จักคงต้องขอให้ยอมรับความจริงว่าความหลงไหลของท่านนั้นยังไม่มากเท่ากับที่ตัวเองนึกไว้ เพราะทีอาแมทนี้นอกจากในเทวปกรณ์ของบาบิโลเนียนและซูเมเรียนแล้ว ยังเคยปรากฏกายทั้งในเกม การ์ตูน และนวนิยายมากมายอีกด้วย

ทีอาแมทถือได้ว่าเป็นตำนานมังกรที่เก่าแก่ที่สุดในโลกรองจากจีน (ลูกหลานมังกรอย่างผมแสนจะภาคภูมิใจ อะไรๆ จีนก็มีมาก่อนยุโรป แอบสะใจเล็กๆ) และคงอยู่มานับตั้งแต่ในยุคสมัยที่ท้องฟ้ายังไม่ถูกแบ่งแยกออกจากทะเล เป็นเจ้าแห่งความสับสนวุ่นวายทั้งหลายและยังเป็นเทวีแห่งห้วงน้ำเค็มอีกด้วย (คู่กับเทพอัปสู - Apsu แห่งน้ำจืด)

"ครั้งเมื่อสวรรค์เบื้องบนยังมิมีชื่อเรียกขาน
แลพิภพเบื้องล่างยังมิได้มีนาม
แลอัปสูคือเบื้องบรรพ์ผู้เป็นบิดาสิ่งเหล่านั้น
แลทีอาแมทคือความยุ่งเหยิงผู้เป็นมารดาสิ่งเหล่านั้น
สายน้ำของทั้งสองไหลรวมบรรจบ
แลหามีลานดินใดก่อร่างขึ้น มิมีลุ่มดินใดให้ได้ยล
เหล่าทวยเทพยังไร้นาม ไร้ชาติ ไร้ชะตาลิขิต
จากอัปสูแลทีอาแมททวยเทพจึงถือกำเนิดแต่ท้องทะเล"

แปลจากมหากาพย์เอนูมา เอลิช (Enuma Elish)

เมื่อวันเวลาผันผ่านไป เหล่าเทพเจ้าต่างค่อยๆ ถือกำเนิดขึ้นมาจากทะเลทีละองค์สององค์ตามลำดับ ไล่ไปตั้งแต่ ลาห์มู ลาฮามู อันซาร์ คีซาร์ อนู นูดิมมัด (เออา) เทพเจ้าทั้งหลายล้วนอยู่แต่ในความสับสนวุ่นวาย ต่อสู้เบาะแว้งกันเองในหมู่พี่น้อง แม้แต่อัปสูเองก็ไม่สามารถหยุดพฤติการณ์นี้ได้ จึงไปปรึกษากับทีอาแมท พระองค์ยอมรับว่าความวุ่นวายนั้นถึงกับทำให้ "ยามทิวาก็ไร้ซึ่งความสงบ แม้ในยามราตรีก็มีอาจข่มตาหลับได้ลง" เลยทีเดียว อัปสูตัดสินใจจะฆ่าล้างบุตรทั้งมวลของตนเอง

ความรู้ไปถึงหูของเทพเจ้าแห่งสติปัญญาและความรู้ นูดิมมัด-เออา ผู้ไหวพระองค์ทันเสียก่อน จึงชิงสังหารอัปสูพร้อมกับมัมมูผู้เป็นเทพสนองโองการของอัปสูแล้วปราบดาภิเษกขึ้นเป็นราชาองค์ใหม่ของเหล่าทวยเทพในทันที เออาพำนักอยู่อย่างสงบในราชวังอันห่างไกลร่วมกับชายาของพระองค์นามดามคินา ทั้งสองให้กำเนิดโอรสองค์หนึ่งนามมาร์ดุค มาร์ดุคมีรูปกายใหญ่ มีเนตรสี่ดวงและมีสี่กรรณดวงตาของมาร์ดุคส่องประกายแรงกล้า และทุกครั้งที่เขาเปล่งวจีออกจะมีประกายไฟปะทุอยู่ในปากของเขา เขาเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำโดยกำเนิด

เมื่อเออาได้ทอดพระเนตรโอรสของพระองค์เองก็ให้เกิดความปลื้มปีติขึ้นมายิ่งนัก (ปลื้มเข้าไปได้ยังไงน่ะ ดูหน้าตาแล้วสัตว์ประหลาดชัดๆ) ถึงกับร้องออกมาว่า "โอรสของข้า โอรสของข้า โอรสแห่งตะวัน และโอรสแห่งสวรรค์!!" นอกจากนี้เทพอนูยังให้กำเนิดสายลมจากทิศทั้งสี่ประทานให้แก่มาร์ดุคอีกด้วย สายลมทั้งสี่สายห่อหุ้มกายของมาร์ดุคเป็นทั้งอาภรณ์และอาวุธอันกล้าแกร่ง

หากแต่เทพเจ้าองค์อื่นๆ กลับได้รับความทุกข์ทรมานอย่างรุนแรงจากลมพายุเหล่านี้ พวกเขาไปเข้าเฝ้าทีอาแมทเพื่ออุทธรณ์พร้อมทั้งยุยงให้นางทำการแก้แค้นให้แด่สวามีของนางโดยการกำจัดเออาและโอรสของพระองค์ไปเสีย


อันนี้เป็นทีอาแมทเวอร์ชั่น Final Fantasy

ทีอาแมทสร้างอสุรกายขึ้น 11 ชนิดซึ่งล้วนแล้วแต่มีรูปลักษณ์ประหลาด (มีอะไรบ้างผมจำไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ มีงูยักษ์ที่มีเลือดเป็นพิษ มนุษย์แมงป่อง แล้วก็มังกร) แล้วให้กำเนิดเทพเจ้าองค์ใหม่ขึ้นชื่อว่าคินงู โดยคินงูจะทำหน้าที่เป็นแม่ทัพให้กับกองกำลังของทีอาแมทในการสู้รบกับกองกำลังฝ่ายเออา

ที่จริงแล้วการต่อสู้ในครั้งนี้ถือเป็นสงครามเพื่อกำหนดทิศทางของเอกภพเลยทีเดียว แต่ฝ่ายทีอาแมทยังเป็นต่ออยู่มาก เหล่าทวยเทพต่างปรึกษาหารือกันถึงหนทางในการเอาชนะ แต่ไม่มีใครเลยที่กล้าอาสาออกไปเผชิญหน้ากับทีอาแมท จนกระทั่งเมื่อเออาเสนอโอรสของตนขึ้นมา เหล่าทวยเทพจึงต่างเห็นดีเห็นงามกันเต็มที่ (สงสัยเหมือนเวลาเสนอชื่อหัวหน้าห้องอะไรแบบนี้ป้ะ แบบเสนอใครขึ้นมาเพื่อนๆ โหวตเห็นชอบหมด ตัวเองจะได้ไม่ต้องเป็น) เทพแต่ละองค์ได้ทรงประทานอำนาจและ/หรืออาวุธให้กับมาร์ดุคองค์ละอย่าง เมื่อติดอาวุธครบชุดแล้วมาร์ดุคจึงมุ่งหน้าไปหาทีอาแมตในทันที (สำหรับแฟนๆ กันดั้ม ทำไมตอนนี้ผมคิดถึง GP02A จัง? อ๊ะ หรือว่าจริงๆ จะเป็น Dendrobium กันนะ)


ทีอาแมทแบบ Dungeons & Dragons มี 5 เศียรเสียด้วย
(ไม่รู้จัก D&D รึ? click ที่นี่สิ 1/2/3)

การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ระหว่างมาร์ดุคผู้ฉายเดี่ยวกับทัพอสุรกายของทีอาแมท ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของนางนั้นทำอะไรมาร์ดุคไม่ได้เลย ทีอาแมทถลาเข้าใส่หวังจะกลืนมาร์ดุคลงไป แต่มาร์ดุคซัดลมพายุทั้ง 4 สายเข้าไปในปากของทีอาแมท แล้วจึงใช้ตรึงร่างของทีอาแมทเอาไว้ได้ เมื่อนางพญามังกรตกเป็นเป้านิ่ง มาร์ดุคได้ใช้ดาบของตนผ่าร่างนางออกเป็นสองซีกพิภพจึงถือกำเนิดขึ้น (โดยผู้สร้างและออกแบบก็คือมาร์ดุค ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ แต่ศพของทีอาแมทก็ได้กลายมาเป็นไอ้โลกเบี้ยวๆ ใบเนี้ย)โดยซีกหนึ่งได้กลายเป็นหลังคาสวรรค์ ส่วนอีกซีกกลายเป็นห้วงสมุทรไป เลือดที่ไหลออกจากกายทีอาแมทกลายเป็นแม่น้ำ 2 สาย คือไทกริส และยูเฟรตีสนั่นเอง (น่าจะรู้จักกันดีนะ?) นอกจากนี้หางของทีอาแมทที่พาดผ่านขึ้นไปบนท้องฟ้ายังกลายเป็นทางช้างเผือกไปอีกด้วย

ที่จริงรายละเอียดของเอนูมา เอลิช โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการสร้างโลกยังมีมากกว่านี้ แต่เพื่อความเหมาะสมจึงไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้


PS งวดนี้ยอมรับว่าสอบเสร็จอู้ไปพักใหญ่ แต่พอเจ้าของ blog เลิกอู้แล้ว exteen อู้มั่งเหรอเนี่ย? พยายามจะอัพโหลดรูปรูปก็เพี้ยนบ้าง ค้างบ้าง งงจริงๆ Publish ไม่ได้ซะที - -"

PPS เคยไปเห็นมาแถวไหนไม่รู้ เรียกทีอาแมทว่า "ราชามังกร" หรือ "ราชาแห่งอสูร" อะไรสักอย่างนี่ล่ะ เจ๊แกเป็นราชินีไม่ใช่รึ?

PPPS ทีแรกนึกว่าจะเขียน entry เดียวจบ แต่พอดีเนื้อหามันมีมากกว่านั้นครับ เลยตัดแบ่งเป็นภาคๆ เอาดีกว่า คอยติดตามกันนะ ^ ^

PPPPS กลับมาอีกที blog ผมกลายเป็นแหล่งรวม comment โฆษณาไร้จิตสำนึก+จริยธรรมไปแล้วเรอะ รู้สึกจะโผล่มาเกือบทุก entry แล้วมั้งเนี่ย? (บาง entry ก็เก็บ comment ไว้หลายร้อยแล้ว)

PPPPPS เพิ่งเลิกดอง blog ก็จริง แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะกลับมาเขียนได้บ่อยแค่ไหนนะครับ เพราะ summer ก็ไปลงเรียนไว้ แถมมีสมัครสอบทุนอีก (สอบไปทำม้าย~ จะมีปัญญาติดเรอะเนี่ย~!!)

Favourites