เปิดกรุมังกร : ตอนไพธอน มังกรแห่งปฐพี
posted on 22 May 2006 18:41 by fantastica in MythicalCreatureในครั้งโบราณกาลก่อนที่ซูสจะถือกำเนิดขึ้นและเป็นราชาแห่งทวยเทพนั้น ผู้ดำรงตำแหน่งสุริยเทพ (Phoebus - ผู้เจิดจรัส) ได้แก่เฮลิออส (Helios) โอรสแห่งเทพไทแทนนามไฮเพอริออน (Hyperion) ต่อมาเมื่อเหล่าไทแทนหมดอำนาจลง และสมัชชาแห่งเทพถูกปกครองโดยซูสแล้ว อพอลโลจึงเป็นผู้สืบทอดสมญาฟีบัสต่อจากเฮลิออส และเป็นสุริยเทพองค์ใหม่ของกรีก
บทบาทของอพอลโลในเทพปกรณัมกรีกนั้นมีมากมายเลยทีเดียว วีรกรรมอันหนึ่งที่เด่นชัดและเป็นที่จดจำของผู้คนก็คือการสังหารมังกรร้ายนามไพธอนจนได้รับสมญาว่าไพธูส (ผู้พิฆาตไพธอน) ซึ่งไพธอนนี้ชื่อจริงๆ ของมันในภาษากรีกคือ Python Dracaena แปลว่ามังกรแห่งไพโธ (ไพโธเป็นชื่อเดิมของเมืองเดลฟี) ซึ่งต่อมาเจ้าไพธอนดราเคนานี้ก็ถูกเรียกสั้นๆ เพียงว่าไพธอนอย่างที่เป็นอยู่เท่านั้น (อ้อ ลืมบอกไปว่าดราเคนาแปลว่ามังกรเพศเมียครับ เจ้าไพธอนนี่ตัวเมียนะ คงไม่ค่อยมีคนรู้กันเท่าไหร่ ^ ^)
ครั้งนั้นมีเทวีองค์หนึ่งนามเลโตผู้สุภาพอ่อนโยนและมีจิตใจงามต่อทั้งเทพเจ้าและมนุษย์ นางมักเล่นไลร์กับเทพเจ้าซูสท่ามกลางเหล่าทวยเทพแม้ว่าแท้ที่จริงแล้วนางจะไม่ใช่ชายาของซูสก็ตาม ในกาลถัดมาเลโตก็ได้เป็นที่ปฏิพัทธ์เสน่หาแห่งซูส จนกระทั่งทั้งสองมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้รัก เลโตตั้งครรภ์บุตรของซูสในที่สุด
เทวีเฮร่าผู้เป็นชายาที่แท้จริงของเทพซูสไม่พอใจเหตุการณ์นี้เป็นอันมาก (แหงล่ะ เฮร่าเป็นเทวีแห่งความสัตย์ในการแต่งงานด้วยนี่นา แต่สวามีของนางซื่อสั๊ตย์ซื่อสัตย์เนาะ) ทรงส่งมังกรไพธอนตามรังควานนางเลโตไม่ให้มีที่ประสูติบุตรได้ ไพธอนนี้เป็นบุตรแห่งไกอา (บางตำราบอกว่าบิดาของไพธอนคือทาร์ทารอสซึ่งเป็นเทพไทแทนองค์หนึ่ง) และบางที่ก็จะนับรวมว่าเป็นมังกรแห่งความมืดด้วย อาจเพราะเหตุว่ามันเป็นคธอน (Chthon) หมายถึงภูตพราย หรือวิญญาณแห่งปฐพีและโลกใต้พิภพ
หมายเหตุ ปฐพีในที่นี้มีความหมายแตกต่างจากนัยของไกอา (Gaea, Gaia) หรือพิภพ แต่หมายถึงผืนดิน หรือสิ่งที่อยู่ในดินเสียมากกว่า
มันได้รับคำสั่งจากเฮร่า "ให้ตามล่าเลโตไปทั่วผืนดิน ไม่ให้มีที่ใดใต้แสงตะวันให้นางประสูติบุตรธิดาได้" ฝ่ายเจ้าไพธอนไม่เพียงแต่ไล่ตามนางเท่านั้น ไม่ว่ามันจะผ่านทางไหนก็ยังทำให้มนุษย์แถบนั้นต้องพลอยโดนหางเลขไปด้วย เลโตต้องอุ้มครรภ์หนีไพธอนไปเรื่อยแต่ก็ไม่สามารถหาที่ประสูติให้บุตรของนางได้ เทพเจ้าโพไซดอนบังเกิดความสงสารนางจึงบันดาลให้เกาะดีลอส (Delos) ผุดขึ้นจากทะเลเอเจียนนางจึงมีที่ปลอดภัยให้ประสูติบุตรน้อยในที่สุด เมื่อไพธอนไม่อาจติดตามนางเลโตได้จึงออกเดินทางกลับเดลฟี

"อพอลโลและไพธอน" โดย J. M. W. Turner
เลโตให้กำเนิดบุตรธิดาฝาแฝดบนเกาะดีลอส บุตรมีนามว่าอพอลโล ส่วนธิดามีนามว่าอาร์ทีมิส (คนพี่เป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ คนน้องเป็นเทวีแห่งดวงจันทร์) ทั้งสองเป็นเทพที่มีความชำนาญในการใช้ธนูเป็นอย่างมาก เมื่อเทพอพอลโลถือกำเนิดขึ้นแล้วก็มุ่งหน้าไปดักรอมังกรไพธอนที่เขาพาร์นาสซอสทันที (ซึ่งจะขัดกับตำนานที่อีรอสเห็นอพอลโลออกจากโอลิมปัสแล้วแอบตามไปจนถึงพาร์นอสซอส)
ประวัติของอีรอสเกี่ยวกับเรื่องนี้จะเขียนถึงในภายหลัง
เทพอพอลโลได้มุ่งหน้าไปที่นั่นโดยมีเพียงแค่คันธนูและศรอันเป็นอาวุธคู่กายของตนเท่านั้นในการต่อกรกับไพธอน เมื่อเห็นมันเคลื่อนกายผ่านเข้ามา อพอลโลก็ไม่รอช้าขึ้นสายธนูและยิงไปที่ไพธอนในทันที ศรพุ่งทะลุคอหอยของไพธอนในทันที มันล้มลงจมกองเลือดอยู่ตรงนั้นเองฟีบัสอพอลโลเดินเข้าไปใกล้นางมังกรแล้วเอ่ยว่า "บัดนี้เจ้าจงตายอยู่บนผืนดินอันหล่อเลี้ยงมนุษย์เถิด อย่างน้อยเจ้าก็จะไม่เป็นภัยต่อผู้คนที่กินไม้ผลแห่งแผ่นดินอันอุดมนี้อีกต่อไป และ ณ ที่นี้เองผืนแผ่นดินและประกายแดดแห่งไฮเพอริออนจักทำให้เจ้าต้องเน่าสลาย" (ข้อความตรงนี้ที่จริงโฮเมอร์รจนาไว้ยาวกว่านี้ครับ แต่ผมจำไม่ได้ - -")
หลังจากสังหารมังกรไพธอนแล้วอพอลโลก็สร้างวิหารขึ้นที่นั่น (ซึ่งเป็นวิหารที่เป็นที่รู้จักกันมากในนามวิหารแห่งเดลฟี) โดยนักบวชหญิงของเทพอพอลโลจะถูกเรียกว่าไพเธียตามชื่อของมังกรไพธอนนั่นเอง
- เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
- เรื่องอพอลโลปราบมังกรไพธอนนี้มีหลายเวอร์ชันด้วยกัน และในบางเวอร์ชันวีรบุรุษผู้มาปราบไพธอนก็ไม่ใช่อพอลโลด้วยซ้ำ!
- ในเวอร์ชันหนึ่ง อพอลโลไม่ได้มาปราบไพธอนเพื่อช่วยมารดา แต่ถูกส่งมาจากโอลิมปัสเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ (ซึ่งเวอร์ชันนี้จะไปสอดคล้องกับตำนานอีรอสที่ผมกล่าวไว้ตอนแรก)
- หลายคนคงไม่รู้ว่ามังกรไพธอนนั้นบางครั้งก็ถูกบรรยายเอาไว้ว่ามีหน้าตาเป็นหญิงสาวด้วย (ประมาณอีคิดน่า)
- ลูกศรที่พุ่งทะลุคอของไพธอนทำให้ถึงแก่ความตายนี้ บางตำรากล่าวว่าไม่ใช่แค่ดอกเดียว แต่เทพอพอลโลสามารถกระหน่ำยิงไพธอนได้ด้วยธนูถึง 100 ดอก!
- มีเรื่องเล่าว่าการที่เทพอพอลโลมุ่งหน้าไปปราบไพธอนนี้ มีเทวีอาร์ทีมิสติดตามไปด้วย และทั้งสองร่วมกันสังหารไพธอน แต่ไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าแบบที่กล่าวว่าเป็นผลงานของอพอลโลแต่ผู้เดียว


