posted on 04 May 2005 19:56 by fantastica in NorseSaga
มีสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ในในนิเฟลไฮม์ (บางที่ก็รู้จักกันในชื่อ นิเบลไฮม์ หรือ นีเบิ้ลเฮม) พวกนี้ถูกเรียกขานกันว่านิเบลุงเก้น ตามสถานที่ที่เผ่าพันธุ์ของมันอาศัยอยู่ นิเบลุงเก้นก็เป็นเหมือนกับคนแคระทั่วๆ ไป คืออาศัยอยู่ในความมืด ตามอุโมงค์และถ้ำลึกใต้พื้นดิน มีฝีมือทางงานช่างและการทำเหมือง
อัลเบริค หรืออีกชื่อว่าอันด์วารีเป็นชาวแคระนิเบลุงเก้นคนหนึ่ง ได้ไปขโมยเอาทองจากแม่น้ำไรน์มาหลอมเป็นแหวนวิเศษขึ้นวงหนึ่ง แหวนวงนี้มีอำนาจบันดาลให้เกิดแหวนทองคำที่มีหน้าตาแบบเดียวกันเปี๊ยบขึ้นมาได้อีก 9 วงทุกๆ คืน (ต่อมามีคนเอาตำนานช่วงนี้ไปดัดแปลงให้แหวนมีอำนาจในการครอบงำจิตใจผู้อื่น เมื่ออัลเบริคมีแหวนอยู่ในครอบครองจึงกลายเป็นราชาของเหล่านิเบลุงเก้น) เทพเจ้าโลกิ (เทพแห่งความชั่วร้ายของนอร์ส แต่ตามเนื้อเรื่องในช่วงนี้ยังไม่ชั่วร้ายนะ) เห็นแหวนของอันด์วารีเข้าก็เกิดความละโมบจึงขอแหวนจากอันด์วารี เมื่ออันด์วารีไม่ให้ก็ถึงแก่ใช้กำลังช่วงชิงแหวนมาเป็นของตน อันด์วารีจึงสาปแหวนเอาไว้ให้ผู้ที่ครอบครองแหวนต้องประสบกับความหายนะทุกคน
ต่อมาขณะเดินทางโลกิขาดแคลนเสบียง จึงดักจับตัวนากที่น้ำตกแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความโชคร้าย นากตัวนั้นกลับเป็นคนแคระชื่อโอทเทอร์แปลงตัวมา เมื่อโลกิสังหารโอทเทอร์เสียแล้วจึงต้องแสดงความรับผิดชอบต่อไรด์มาร์ บิดาของโอทเทอร์ ไรด์มาร์ปรึกษากับพี่น้องของโอทเทอร์ชื่อเรกิ้นกับฟัฟเนียร์จึงได้ข้อสรุปว่าจะไม่เอาเรื่องโลกิถ้าโลกิเอาทองคำมาชดใช้คืนด้วยปริมาณที่สามารถปกปิดศพของโอทเทอร์ได้พอดี แต่ปรากฏว่าทองคำทั้งหมดของโลกิยังขาดไปอีกนิดเดียวเท่านั้น จึงจะปกคลุมศพของโอทเทอร์ได้ โลกิจึงจำใจต้องเอาอันด์วาริเนาท์มาหลอมลงไปด้วยเพื่อเซ่นคืนแก่ไรด์มาร์ อนิจจา เมื่อแหวนอันด์วาริเนาท์ถูกหลอมไปด้วยแล้วทองคำนั้นจึงมีอำนาจจูงใจกิเลสของผู้อื่น และรับเอาคำสาปของอันด์วารีไปด้วย เรกิ้นทนต่อความต้องการทองคำนั้นไม่ไหวจึงสังหารไรด์มาร์บิดาของตนเพื่อชิงทองคำไป เรกิ้นต้องการจะนำทองไปแบ่งกับฟัฟเนียร์ แต่ฟัฟเนียร์เห็นว่าเรกิ้นเป็นคน (แคระ) ที่เลวมาก สามารถฆ่าได้แม้กระทั่งพ่อของตัวเองเพื่อทอง จึงขับไล่เรกิ้นออกไป ส่วนตัวเองเอาสมบัติทั้งหลายรวมถึงทองคำต้องสาปแห่งอันด์วาริเนาท์ไปซ่อนในดินแดนห่างไกลแล้วแปลงกายเป็นมังกรเฝ้าไว้ (อันนี้เป็นต้นแบบของมังกรเฝ้าสมบัติในนิทานเรื่องต่างๆ นะครับ)
ด้วยฤทธิ์คำสาป นอกจากตัวไรด์มาร์, โอทเทอร์ และเรกิ้นแล้ว ฟัฟเนียร์เองก็ต้องประสบกับหายนะตามคำสาปด้วย (โลกิเองก็ต้องพบกับหายนะ แต่ขอไม่นำมาเล่าในที่นี้เนื่องจากเรื่องจะยาวกว่านี้มาก) หายนะดังกล่าวก็คือตามธรรมเนียมของมังกรเฝ้าสมบัติ จะต้องมีอัศวินผู้กล้ามาปราบ แต่เรื่องราวของผู้กล้าคนนี้เนื่องจากมีความยาวใช่เล่น จะขอรวบไปเล่าตอนต่อไปก็แล้วกันนะครับ

edit @ 2005/05/04 21:13:37
edit @ 2005/05/13 16:31:04
posted on 05 May 2005 16:25 by fantastica in NorseSaga
ดาบกรัมเล่มนี้มีที่มายาวนานก่อนเรื่องแหวนในคราวที่แล้วเสียอีกครับ เทพเจ้าสูงสุดผู้เป็นบิดาแห่งสรรพสิ่งตามตำนานเทพเจ้านอร์ส "โอดิน" ได้จำแลงกายเป็นชายชราลงมายังโลกมนุษย์แล้วเอาดาบเล่มนี้ปักไว้บนต้นโอ๊กต้นหนึ่ง โอดินได้กล่าวไว้ว่า "ดาบเล่มนี้ข้าให้เป็นของขวัญแก่ผู้ใดก็ตามที่ดึงมันออกมาได้ เขาจะไม่พบดาบเล่มใดดีเสมอเหมือนดาบเล่มนี้อีกในแดนมนุษย์" แล้วก็เดินจากไป
ดาบเล่มนี้ก็เหมือนกับเล่มที่กษัตริย์อาเธอร์ดึงขึ้นมาได้ครับ, ถูกลองดีมาหลายคน แต่ก็ไม่มีใครสามารถดึงขึ้นมาได้ จนกระทั่งซิกมุนด์ดึงมันขึ้นมาได้ในที่สุด แล้วดาบเล่มนี้ก็ได้สร้างชื่อให้กับซิกมุนด์มากมายตลอดชั่วอายุขัยของเขา และดาบก็หักลงในศึกครั้งสุดท้ายของเขา

มาพูดถึงผู้กล้าของเราที่เล่าค้างไว้คราวก่อนบ้างดีกว่าครับ เขาคนนี้คือซิกฟรีดผู้เป็นบุตรของซิกมุนด์นั่นเอง ซิกฟรีดเป็นชื่อที่อ้างอิงตามวรรณกรรมที่ชื่อนิเบลุงเก้นลีดครับ ในวรรณกรรมเรื่องอื่นๆ เขาคนนี้ชื่อว่าซีกุร์ด แต่ใน Blog นี้ผมจะเรียกเขาว่าซิกฟรีดด้วยเหตุผลส่วนตัว (คือผมรู้สึกว่าชื่อมันเพราะกว่าน่ะ) หลังจากที่ซิกมุนด์ได้เสียชีวิตไปแล้ว ซิกฟรีดก็ต้องอาศัยอยู่กับพ่อบุญธรรมชื่อเรกิ้น (คนเดียวกับที่ถูกฟัฟเนียร์ขับไล่ออกมานั่นแหละครับ)
ตั้งแต่ยังเล็ก เรกิ้นก็เล่าเรื่องของมังกรฟัฟเนียร์ที่เฝ้าสมบัติมากมายให้ซิกฟรีดฟัง เพื่อหวังจะใช้ซิกฟรีดสังหารฟัฟเนียร์ให้ ซิกฟรีดกล่าวว่าเขาต้องการดาบที่ดีที่สุดในการสังหารมังกร เรกิ้นก็ตีให้เล่มหนึ่ง ซิกฟรีดฟาดดาบเล่มนั้นลงบนทั่ง ดาบนั้นก็หักลง จึงให้เรกิ้นไปตีเล่มใหม่มาให้อีก แต่ทุกเล่มก็ถูกซิกฟรีดฟาดหักลง เมื่อซิกฟรีดโตขึ้นเป็นหนุ่มเขาจึงได้ไปขอร้องต่อมารดาให้มอบดาบกรัม (ที่หักแล้ว) ให้กับเขา
เมื่อได้ดาบมาแล้วเรกิ้นก็เอามาตีให้ใหม่ ซิกฟรีดพอใจดาบเล่มนี้มาก ไม่ว่าจะทำอย่างไรดาบก็ไม่หัก ซิกฟรีดออกมุ่งหน้าไปหาฟัฟเนียร์ในทันที แล้วก็ตามอีหรอบนิทานอัศวินกับมังกรทั่วไป มังกรแพ้ครับ เมื่อซิกฟรีดสังหารฟัฟเนียร์ได้แล้วเรกิ้นก็บอกกับซิกฟรีดว่าเขาต้องการกินหัวใจของฟัฟเนียร์ ซิกฟรีดก็เอาไปย่างให้ แต่โดยอุบัติเหตุ มีเลือดจากหัวใจมังกรหยดเข้าปากเขา ทันใดนั้นซิกฟรีดก็เข้าใจภาษาของสรรพสัตว์ได้ในทันที
ซิกฟรีดได้ยินนกกระซิบกันว่าเรกิ้นต้องการอิทธิฤทธิ์จากหัวใจของมังกร และจะทรยศเขาฮุบสมบัติเป็นของตน เขาจึงตัดสินใจกินหัวใจมังกรเสียเอง แล้วสังหารเรกิ้นเสีย ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทั่วในนาม "ผู้พิฆาตฟัฟเนียร์" ซิกฟรีดค้นพบของวิเศษมากมายในสมบัติของฟัฟเนียร์ ได้แก่แหวนวิเศษอันด์วาริเนาท์ ดาบร้อตติ หมวกเกราะเอจิสฮ์ยอลเมอร์ และเสื้อเกราะโกลเด้นเบียร์นี่
แต่ซิกฟรีดไม่ใช่คนสุดท้ายที่สวมอันด์วาริเนาท์ ผมจะเล่าเรื่องการเดินทางของซิกฟรีดต่อไป(อีกหลาย entry)จนกว่าคำสาปของแหวนจะสิ้นสุด
edit @ 2005/05/13 16:30:53
posted on 09 May 2005 12:12 by fantastica in NorseSaga
ในครั้งนั้นมีสาวงามอยู่คนหนึ่ง มีชื่อว่าบรินฮิลด์ บรินฮิลด์คนนี้เป็นวาลคีรี่ หรือก็คือข้าบริพารหญิงของเทพบดีโอดิน (ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวาลคีรี่เดี๋ยวจะเขียนเพิ่มทีหลังครับ) ซึ่งละเมิดคำสั่งของโอดินจึงถูกลงโทษลงมาอยู่ที่เมืองมนุษย์ บทลงโทษของบรินฮิลด์มีดังนี้ครับ :-
เธอจะต้องแต่งงานกับมนุษย์ และสูญเสียอำนาจของวาลคีรี่ไป
เธอจะต้องหลับไหลอยู่ที่ฮินด์เฟลและถูกล้อมรอบด้วยเปลวไฟ
เธอจะต้องหลับอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะมีผู้กล้าหาญที่จะควบอาชาข้ามเปลวเพลิงนี้มาหาเธอ
เหมือนเจ้าหญิงในนิทานมั้ยครับ? นั่นแหละ บรินฮิลด์ก็ต้องอยู่บนหอคอยอย่างนั้น รอจนกว่าจะมีชายใจเด็ดคนใดที่กล้า (และมีความสามารถ) พอจะข้ามคูเพลิงที่ล้อมรอบหอคอยนั้นได้
แล้วซิกฟรีดผู้กล้าหาญของเราที่หลังจากไป loot ทรัพย์ (คล้ายๆ รูดทรัพย์นั่นแหละ อิอิ) จากมังกรมาเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางมาจนถึงฮินด์เฟล ตัวซิกฟรีดเองน่ะไม่รู้เรื่องบรินฮิลด์หรอกครับ เขาเพียงแต่เดินทางผจญภัยไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง พอเห็นเปลวไฟประหลาดที่ล้อมรอบหอคอยอยู่ทั้งๆ ที่ไม่มีเชื้อไฟแล้วก็ไม่ได้ไหม้อะไรอยู่ด้วยอย่างนั้นก็เลยเข้าไปสำรวจ เขาควบม้าคู่ใจของเขาชื่อว่ากรานีกระโดดข้ามกองไฟเข้าไปครับ (ลองนึกภาพตามแล้ว โอ้! เท่ห์ไปเลย) แล้วพอขึ้นหอคอยไปก็ได้เจอกับบรินฮิลด์ที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมาพอดี (เพราะมีหนุ่มขึ้นมาหาแล้ว เลยพ้นคำสาป) ทั้งสองหลงรักกันในทันทีครับ แต่ว่าซิกฟรีดดันไม่ยอมพาบรินฮิลด์ไปด้วย แค่สัญญาว่าจะกลับมารับบรินฮิลด์กลับไปแต่งงานกันเท่านั้น แล้วก็เอาอันด์วาริเนาท์ให้บรินฮิลด์เป็นแหวนหมั้น (ซิกฟรีดไม่รู้ว่าแหวนถูกอันด์วารีสาปไว้ครับ) บรินฮิลด์ก็นั่งตั้งหน้าตั้งตารอวันที่ซิกฟรีดจะมารับเธอ (Romantic แท้น้อ)

ภาพบรินฮิลด์กำลังวอนขอให้โอดินอภัยโทษ (แต่ไม่สำเร็จ)
มาถึงตรงนี้ก็ต้องขอโทษผู้อ่านทุกท่านด้วยครับ ที่ตอนแรกผมบอกไปว่าโลกิเอาแหวนมาหลอมให้ไรด์มาร์นั้นผมจำผิดไป ที่จริงแล้วไม่ได้หลอมแต่ว่าไรด์มาร์บอกว่าขาดทองไปอีกนิดหนึ่งโลกิจึงเอาแหวนส่งให้ครับ (สรุปว่าแหวนยังเป็นแหวนอยู่นะ ไม่ได้โดนหลอม) เดี๋ยวจะงงว่าหลอมไปแล้วแล้วเอามาให้เป็นแหวนหมั้นไปได้ยังไง ขออภัยอีกทีน่อ
ต่อๆ นะ พอซิกฟรีดจากบรินฮิลด์ไปแล้ว เขาก็มาถึงอาณาจักรกวีคุงส์ (ถ้าอ่านผิดก็ขออภัย ไม่จัดเจนในภาษาสแกนดิเนเวียนจ้า) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของแม่น้ำไรน์ อาณาจักรนี้มีกษัตริย์ชื่อกวีคี(ถ้าผิดก็ขออภัยอีกนั่นแหละ) มเหสีชื่อกริมฮิลด์ กริมฮิลด์คนนี้เขาว่าเป็นแม่มด มีเวทมนต์แล้วก็ตัวยาอะไรแปลกๆ หลายอย่าง กริมฮิลด์มีโอรสสามองค์ได้แก่ กุนนาร์ โฮกนีและกุททอร์ม และมีธิดาอีกองค์หนึ่งชื่อว่ากุดดรุน
ซิกฟรีดมาถึงเมืองนี้ปั๊บ กุดดรุนมาเจอเข้าก็หลงรัก เสียแต่ว่าในใจซิกฟรีดตอนนี้มีแต่บรินฮิลด์ กริมฮิลด์ผู้เป็นมารดาก็อยากให้ลูกตัวเองสมหวังน่ะนะ ก็เลยวางยาซิกฟรีด ยาที่ว่านี้ไม่ใช่ยาพิษนะ แต่เป็นยาวิเศษที่ทำให้ซิกฟรีดลืมเรื่องของบรินฮิลด์ไป (ก็เป็นแม่มดนี่นะ) พอซิกฟรีดจำบรินฮิลด์ไม่ได้แล้วมาเจอกับกุดดรุนก็เลยรักกันกับกุดดรุนแล้วก็แต่งงานกัน

กริมฮิลด์เอายาวิเศษมาให้ซิกฟรีดกิน
พอแต่งงานกันได้ไม่นานเท่าไหร่ก็ถึงคราวกุนนาร์จะหาคู่บ้าง เรื่องมันยุ่งก็ตรงที่ผู้หญิงที่กุนนาร์หมายปองดันเป็นบรินฮิลด์ครับ แต่เนื่องจากซิกฟรีดจำเรื่องของบรินฮิลด์ไม่ได้แล้วก็เลยดันไปรับปากจะช่วยกุนนาร์เขาเสียอีก ทั้งคู่เดินทางมาจนถึงฮินด์เฟลก็พบกับเปลวไฟล้อมรอบหอคอย ไม่สามารถจะเข้าไปได้ กุนนาร์จะยืมกรานีจากซิกฟรีดมาขี่ก็ไม่ได้ เพราะกรานีกลับไม่ยอมควบข้ามกำแพงไฟไปเนื่องจากกุนนาร์ไม่ใช่บุรุษที่คู่ควรกับบรินฮิลด์ จะทำอย่างไรซิกฟรีดก็สามารถจะข้ามไปได้ผู้เดียวเท่านั้น ซิกฟรีดก็เลยใช้ยาอีกขนานหนึ่งของกริมฮิลด์แปลงกายเป็นกุนนาร์ แล้วก็บอกให้กุนนาร์กลับเมืองไปก่อน (เดี๋ยวเราจีบให้ อะไรประมาณนั้น) ซิกฟรีดควบกรานีข้ามเปลวเพลิงไปเป็นครั้งที่สองก็เข้าไปพบกับบรินฮิลด์ บรินฮิลด์เห็นว่าผู้ที่ข้ามกำแพงไฟมาได้ไม่ใช่ซิกฟรีดก็ผิดหวัง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้จึงต้องยินยอมแต่งงานกับกุนนาร์ไปโดยปริยาย ซึ่งกุนนาร์ (ที่ตัวจริงคือซิกฟรีด) ก็ได้แลกแหวนกับบรินฮิลด์เป็นสัญญาหมั้น (แหวนอันด์วาริเนาท์ก็เลยกลับมาอยู่กับซิกฟรีดอีก)
ทีนี้ทั้งซิกฟรีดและบรินฮิลด์ต่างก็ต้องสาปด้วยกันทั้งคู่แล้ว แต่ความหายนะของทั้งคู่ยังมาไม่ถึง เรามาดูกันต่อไปว่าอาถรรพ์ของแหวนวงนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของทั้งสองคน
edit @ 2005/05/09 13:48:38
edit @ 2005/05/13 16:30:44