บล็อกนี้อยู่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution Non-Commercial No-Derivative 3.0 License

WorldAndOutWorld

[A]dvent [C]hildren : Religious Philosophy Analysis (1)

posted on 10 Oct 2005 15:00 by fantastica  in WorldAndOutWorld

ไม่ขอพูดพร่ำทำเพลงแล้ว เริ่มเลยละกัน! แบบว่าเห็นคนเขาเขียนวิเคราะห์ FF7AC กันก็ตั้งมากแล้ว แต่ไม่เห็นมีใครวิเคราะห์ในเชิงปรัชญา/ศาสนาเลย อย่างพี่ TamanXZG ก็เป็นการวิเคราะห์ทั่วไปโดยเน้นที่ความคิดของตัวคลาวด์เองเป็นส่วนมาก ของ BonFF นี่เป็นข้อมูลเจาะลึกของ Final Fantasy VII ส่วนของ KeeChan นี่ วิเคราะห์กว้างจัด เอาเป็นเรื่องอะไรดีหว่า(เล่นมีกระทั่งรอยยิ้มของคลาวด์) ฯลฯ เพราะงั้นเราเลยต้องแหวกแนวเล็กน้อย เนื่องจากเนื้อหาที่จะให้วิเคราะห์มันก็ค่อนข้างจะกว้างผมก็จะเริ่มวิเคราะห์จากตัวละครโปรดของตัวเองก่อนเลยก็แล้วกัน เขาคือเซฟิรอธ「セフィロス」 นั่นเอง

ชื่อของเซฟิรอธสามารถตีความไปได้สองทางครับ แบบแรก (ซึ่งเคยแว่วๆ เข้าหูผมมาว่ามีคนวิเคราะห์แบบนี้เช่นกัน) คือต้นไม้แห่งชีวิตในศาสนายูดาย ซึ่งเรียกว่าKabbalah โดยต้นไม้แห่งชีวิตนี้ถึงจะเรียกว่าต้นไม้แต่ก็ไม่ได้หมายถึงพืชแต่อย่างใด เป็นลักษณะแผนผังต้นไม้เสียมากกว่า กล่าวกันว่าพระผู้เป็นเจ้า (ออร์ ไอน์ ซอฟ ในภาษาฮีบรู หรือจะแปลว่าแสงอันไร้ที่สิ้นสุดก็ได้) ได้สร้างขึ้นเพื่อแสดงคุณลักษณะ 10 ประการของพระองค์ให้มนุษย์และเอกภพได้เห็น และการ "แจกแจง" ดังกล่าวนี้ เรียกกันว่า "Sephiroth" (เป็นรูปพหูพจน์ของคำว่า Sephirah - การแจกแจง)


ภาพจาก Wikipedia ภาพนี้แสดงให้เห็นถึง Sephiroth (ต้นไม้แห่งชีวิต)
ซึ่งมีลักษณะเป็นแผนผังที่มีตัวอักษรฮีบรูกำกับ

รูปทางขวามือนี้เป็นแผนภาพต้นไม้แห่งชีวิตที่เขียนกำกับคำอ่านและคำแปลจากภาษาฮีบรูไว้แล้ว โปรดสังเกตว่า node ตรงกลางที่เขียนคำว่า Beauty นั้นเรียกว่า Tiphareth ซึ่งต้องเกี่ยวพันกับทิฟ่า (Tifa 「ティファ」) แน่นอน แต่เราจะกลับมาวิเคราะห์เรื่องนั้นต่ออีกในภายหลัง

ส่วนการตีความในทางที่สองนี้แสดงลักษณะของเซฟิรอธได้ชัดเจนมาก เพราะคำว่า Sephiroth นั้นเป็นคำภาษาฮีบรู ซึ่งสามารถแปลว่ามีจำนวนมากได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าประหลาดใจที่ตลอดเนื้อเรื่องในเกมจึงได้มีตัวโคลนของเซฟิรอธปรากฏขึ้นยุ่บยั่บเต็มไปหมด แม้จะจบเนื้อเรื่องในเกมแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีพวกคาดาจ ซึ่งเป็นเหมือนร่างวิญญาณของเซฟิรอธปรากฏตัวขึ้นมาอีก ช่างเป็นตัวร้ายที่สร้างความปวดหัวได้ไม่รู้จบดีแท้

เซฟิรอธต้องการสานต่อเจตนารมย์ของเจโนว่าซึ่งเขาเรียกว่า "แม่" เป็นคนแรกโดยการออกตามหาดินแดนแห่งพันธะสัญญาตามความเชื่อของชนเผ่าเซทร่า โดยภารกิจอันนี้ได้มีความพยายามสานต่อโดยแก็งค์ลูกแหง่ทั้งสามในภาค Advent Children แต่ก็เหลวอีกตามเคย

ภาพนี้จาก http://www.osogd.org/library/study/
knowledge/KNL1.html
ครับ

ใครที่พอรู้เกี่ยวกับศาสนาคริสต์มาบ้างน่าจะคุ้นๆ กับเรื่องดินแดนแห่งพันธะสัญญานี้นะครับ เพราะที่จริงแล้วมันก็ตำนานเดียวกับยูดายนั่นแหละ (FF VII นี่เล่นเรื่องยูดายเป็นหลักเลย) อย่างเรื่องของ JENOVA นี้มันก็เป็นการเลียนเสียงคำว่า Jehovah (ยะโฮวาห์) พระเจ้าสูงสุดตามความเชื่อของศาสนาคริสต์นั่นแหละครับ เซฟิรอธเองแม้จะเรียกเจโนว่าเป็นแม่ แต่ก็มีเจโนว่านี่แหละเป็นสิ่งชี้นำศรัทธาสูงสุดของตนเองมาตลอด ไม่ผิดอะไรกับพระเจ้า สิ่งที่แตกต่างก็คือพระเจ้านั้นควรเป็นสิ่งดีงามและชี้นำมนุษย์ทั้งมวลไปสู่ความสุขความเจริญ แต่เหตุใดเจโนว่านั้นจึง "เป็นสิ่งที่ร้ายกาจที่สุดที่สวรรค์ส่งลงมา" ตามคำพูดของวินเซนต์ในภาค Advent Children ไปได้?

ก่อนอื่นต้องไม่ลืมว่าแต่เดิมพระเจ้าของชาวฮีบรูนั้นมีจุดประสงค์เพียงช่วยเหลือชาวยิวเท่านั้น จึงได้ประทานนิมิตเรื่องดินแดนแห่งพันธะสัญญาให้แก่ยิว แต่คริสต์ต้องการให้ศาสนาของตนเป็นที่ยอมรับของหลายๆ ชนชาติจึงต้องนำเสนอพระเจ้าของตนว่าเป็นผู้มีพระทัยกว้าง และทรงปรารถนาจะช่วยเหลือมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม ซึ่งถ้าพิจารณาในลักษณะนี้จะเห็นว่าเจโนว่าเองก็ชี้นำเซฟิรอทไปในทางที่ดีสำหรับชนเผ่าเซทร่าเช่นกัน


วะฮะฮ่า~! หัวเราะด้วยความภาคภูมิ ว่าแล้วเรื่องนี้ก็ไม่สามารถเขียนให้จบภายใน entry เดียวได้ เพราะงั้นเอาไว้อีก 2 วันเจอกันครับผม เขียนวิเคราะห์เรื่องนี้จบเมื่อไหร่ค่อยมาลุยปกรณัมตะวันตกเทียบเคียงไทยกันต่อเน้อ ชะแว้บ~~!!!


edit @ 2005/10/11 18:46:18

[A]dvent [C]hildren : Religious Philosophy Analysis (2)

posted on 12 Oct 2005 14:55 by fantastica  in WorldAndOutWorld

ใครยังไม่ได้อ่าน (1) ย้อนกลับไปอ่านด่วน
ไม่เช่นนั้นรับประกันความงง


พูดถึงเจโนว่าแล้วไม่ใช่สัญลักษณ์เรื่องพระเจ้าหนึ่งเดียวในเรื่อง Advent Children นี้หรอกครับ

จำตอนเกริ่นนำต้นเรื่องได้มั้ยครับ? ที่เป็นเสียงมาร์ลีนเล่าเนื้อเรื่องจากภาคเกมย่อๆ ให้คนดูฟัง พอถึงฉากที่มีอุกกาบาตพุ่งชนโลก เสียงพากย์ก็บอกว่า จนกระทั่งวันนั้น วันแห่งชะตากรรม โลกได้ยุติการต่อสู้ทั้งหมดลงด้วยตัวเอง (อิงจาก bien-xvid-ff7.PS.ssaเป็น subtitle ที่ผมแปลเองครับ) นี่แสดงให้เห็นว่าโลกมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง พูดง่ายๆ คือเล่นทฤษฎีไกอากันเห็นๆ

ทฤษฎีไกอาเป็นแนวคิดที่นำเสนอว่าโลก หรือดาวเคราะห์ต่างๆ เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง คือมีชีวิตแบบเดียวกับพวกเราที่เป็นสัตว์ เป็นพืช และบางครั้งก็กล่าวไปถึงขั้นที่ว่าเป็นเสมือนกับเซลล์ๆ หนึ่งของสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่โตยิ่งกว่านั้นอีกด้วย แนวคิดนี้ถูกนำเสนอในช่วงปี 1960 มีนักวิทยาศาสตร์มากมายที่เชื่อในแนวคิดนี้ แต่พอถึงช่วงปลาย 1980 แนวคิดนี้ก็เริ่มจางลง ในภาค Advent Children นี้โลกมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง และมี Lifestream เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตประเภทอื่น (ที่จริงก็ไม่ใช่ Lifestream ซะทีเดียว แต่วินเซนต์เคยบอกไว้ว่ามนุษย์ก็มีกระแสแบบเดียวกัน) จากแผนของเซฟิรอธในภาคเกมที่จะใช้ Meteor ทำให้โลกได้รับบาดเจ็บแล้วส่ง Lifestream เข้ามารักษาจุดนั้นมากๆ จะเห็นได้ว่าดาวเคราะห์มีพฤติกรรมค่อนข้างเหมือนสิ่งมีชีวิตต่างๆ เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บทีเดียว

ด้วยเหตุนี้โลกและเจโนว่าจึงเปรียบเสมือนพระเจ้า 2 องค์ที่มีเจตนารมย์ขัดแย้งกัน ซึ่งจะว่าไปก็ไม่มีองค์ใดเป็นด้านดีและด้านที่ชั่วร้าย เพราะในมุมมองของเผ่าเซทร่าเช่นเซฟิรอธ เจโนว่าจะเป็นพระเจ้าที่นำพาเขาไปสู่ดินแดนแห่งพันธะสัญญาและพบกับ "อนาคตที่รุ่งโรจน์" แต่ต้องเสียสละโลกไปเพื่อการนั้น ส่วนโลกต้องการรักษาความสงบอยู่เช่นนั้นให้กับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้

อย่างไรก็ดี การที่มุมมองในเรื่องสะท้อนเจโนว่าออกมาในฐานะสิ่งชั่วร้ายก็ย่อมต้องเป็นเพราะการสื่อให้คนดูเห็นในมุมมองของชาวโลกทั่วไปนั่นเอง ในทางกลับกันหากเรื่องนี้นำเสนอโดยให้เซฟิรอธเป็นตัวเอก และเดินเรื่องไปโดยความมุ่งมั่นที่จะสานต่อปณิธานของชาวเซทร่า ภาพที่เรามองเจโนว่าย่อมเปลี่ยนไปแน่นอน

ย้อนกลับมาที่ชื่อเรื่อง Final Fantasy VII : Advent Children แน่นอนว่า Advent ก็คือการประสูติของพระผู้เป็นเจ้า (ไม่ใช้คำว่าจุตินะครับ เพราะจุติแปลว่าตาย) ซึ่งรู้สึกจะเป็นที่กล่าวขวัญกันเหลือเกินว่าหมายถึงใคร? อย่างน้อยเราก็รู้ว่ามันต้องมีมากกว่า 1 คนแน่นอนล่ะ เพราะ Children เป็นรูปพหูพจน์ ซึ่งตามความคิดของผมการประสูติของ "พระเจ้า" นี้ต้องเป็นผู้ที่ถือกำเนิดมาจากเจโนว่าและ/หรือไลฟ์สตรีมแน่นอน ซึ่งนั่นก็คือคาดาจ ลอซ และยาซู ซึ่งแน่นอนว่ากำเนิดของทั้งสามนี้ค่อนข้างจะชัดเจนอยู่แล้วในเรื่อง

ตอนที่คาดาจคุยกับรูฟัสครั้งแรก (ไม่นับตอนคุยมือถือต้นเรื่อง) เคยพูดเอาไว้ว่า เพราะพวกเราเองก็เป็นแค่ร่างวิญญาณ จนกว่าจะพบท่านแม่ แล้วได้นำเซลล์นั้นมา เราก็ไม่สามารถกลับเป็นแบบเดิมได้(แปลโดยผมเอง) ซึ่งเป็นการบอกเป็นนัยๆ ว่าตนมีเซลล์ของเจโนว่าอยู่ หรืออย่างน้อยก็เป็นจิตวิญญาณที่มาจากเซลล์ของเจโนว่า ส่วนเรื่องการมีกำเนิดจากไลฟ์สตรีมจะเห็นได้ชัดตอนที่คาดาจหายไปช่วงท้ายเรื่อง นั่นคือทั้งสามคนเป็นเพียงร่างพลังงานที่ไม่มีร่างกายจริงแบบเดียวกับบาฮามุทนั่นเอง หรือก็คือมีกำเนิดมาจากไลฟ์สตรีมนั่นแหละ (ซึ่งก็เป็นเหตุผลว่าทำไมคาดาจถึงเรียกเจโนว่าเป็นแม่อยู่แล้ว ยังไปเรียกเอริธ ซึ่งตอนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สตรีมว่าแม่อีก)

แต่ผมค่อนข้างเชื่อ (เอาเองอีกเช่นกัน) ว่า "บุตรที่กลับมา" คงไม่ได้หมายความถึงเพียงสามคนนี้แน่นอน เพราะหากเราถือว่าเจโนว่าเป็นพระเจ้าตามที่เคยกล่าวถึงตั้งแต่ entry ก่อนแล้ว เซฟิรอธเองก็ถือว่าเป็นประสูติของพระเจ้าเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเซฟิรอธถือเจโนว่าเป็นแม่ของตัวเองมาตั้งแต่แรก แถมยังโผล่มาจากการ "รียูเนี่ยน" ตอนปลายเรื่องอีก เพราะงั้นถ้าที่ผมวิเคราะห์ไว้ไม่ผิด "Advent Children" ก็น่าจะมี 4 คนด้วยกัน


คราวต่อไปจะเริ่มพูดถึงทิฟ่ากับคลาวด์แล้วครับ ซึ่งน่าจะเป็นตอนจบของซีรี่ย์นี่แล้ว (ถ้าผมเขียนจบนะ) จะได้กลับมาแฟนตาซี (ที่ไม่ใช่ไฟนอล) กันต่อซะที ^ ^


edit @ 2005/10/14 11:10:03

[A]dvent [C]hildren : Religious Philosophy Analysis (3)

posted on 14 Oct 2005 12:23 by fantastica  in WorldAndOutWorld

ใครยังไม่ได้อ่าน (1), (2)ย้อนกลับไปอ่านด่วน
ไม่เช่นนั้นรับประกันความงง


ตามความเชื่อของยูดาย มนุษย์นั้นถูกแบ่งแยกจากพระเจ้าเพราะความผิดบาป และจะสามารถกลับสู่พระเจ้าได้อีกครั้งโดยการไปตามทางแห่ง "Sephiroth" ต้นไม้แห่งชีวิตซึ่งมี 10 node ด้วยกัน ยูดายเชื่อว่าเมื่อ "จิต" ของเราสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ใน node ที่ตนเองอยู่ได้และทำความเข้าใจตนเองดีแล้ว จิตของเราจะย้ายไปสู่ node ถัดไป เพื่อทำความเข้าใจคุณลักษณะของพระเป็นเจ้า เมื่อจิตของเรารู้แจ้งในตัวเองและในตัวของพระผู้เป็นเจ้าดีแล้ว เราจะได้เข้าสู่ node ตรงกลาง "Tipharet" และใช้ชีวิตอยู่ในภพภูมิที่ 7 ภพภูมิสุดท้ายที่อยู่เหนือภพภูมิของมรรตัยอื่นๆ ทั้งหมด และได้อยู่ร่วมกับพระผู้เป็นเจ้า (click เพื่อดูแผนภาพประกอบ)

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Tipharet นี้ต้องหมายถึง Tifa แน่นอน คลาวด์นั้นขาดความเข้าใจในตัวเองโดยมีความผิดบาปที่ไม่สามารถปกป้องเอริธไว้ได้ คลาวด์จึงเป็นทุกข์ ทุกข์โดยที่ไม่รู้สาเหตุ และไม่รู้กระทั่งสิ่งที่ตัวเองต้องการ ทิฟ่าเป็นผู้ที่ช่วยให้คลาวด์ได้ทำความเข้าใจในตัวเองจนเรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง

ในภาคเกม คลาวด์ได้ค้นพบตัวเองในไลฟ์สตรีมก็เพราะทิฟ่า แม้แต่ในภาค Advent Children คนที่ทำให้คลาวด์ลุกขึ้นสู้ก็คือทิฟ่า (ถึงวินเซนต์จะมีส่วนด้วยก็เถอะ) นอกไปจากนี้ลิมิตของทิฟ่าในภาคเกมมีชื่อว่า Final Heaven และบาร์ของทิฟ่าก็ชื่อ 7th Heaven เพราะฉะนั้นการที่ชื่อของ Tifa จะไปพ้องกับ node กลางคงไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ

คลาวด์เดินไปในทางแห่ง Sephiroth ตั้งแต่เด็ก (ใฝ่ฝันอยากเป็น SOLDIER เหมือนเซฟิรอธ) และต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปจนตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งถ้าให้วิเคราะห์จริงๆ แล้วอุปสรรคที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคลาวด์จริงๆ ในภาคเกมก็คือแซ็ค คลาวด์นั้นยึดติดกับภาพลักษณ์ของแซ็คเป็นอย่างมาก ในช่วงต้นเขาเพียงแต่แยกแยะระหว่างความทรงจำของแซ็คกับของตนเองไม่ออกเท่านั้น แต่ปัญหาจริงๆ เกิดขึ้นเมื่อคลาวด์รับรู้ว่าที่จริงแล้วตนเองไม่ได้เก่ง ไม่ได้เป็นคนพิเศษอย่างที่เขาเข้าใจ ความ "เก่ง" ทั้งหมดสำหรับเขาที่จริงแล้วเป็นของแซ็ค เป็นภาพลวงที่เขาคิดไปเองเท่านั้น

ในภาค Advent Children คลาวด์ได้พบกับอุปสรรคครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อเขาพบว่าการเอาชนะเซฟิรอธเมื่อสองปีก่อนหน้านั้นไม่สามารถลบความรู้สึกผิดที่เอริธตายไปได้ เขารู้สึกว่าเขาแข็งแกร่งไม่เพียงพอที่จะช่วยคนที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเอง และนั่นทำให้เขาปิดกั้นจิตใจของตัวว่าไม่สามารถจะช่วยเหลือใครได้อีก

คลาวด์เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับ "มนุษย์" ที่พยายามยกระดับจิตใจของตัวเอง ซึ่งค่อนข้างจะตรงกับหลักของยูดายเป๊ะที่ว่าก้าวข้ามอุปสรรคเพื่อเข้าใจตนเอง แน่นอนว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องสมมติเท่านั้น เราทุกคนคงไม่ได้มีความทรงจำลวงอยู่ในหัวของตัวเอง ไม่ได้มีความผิดติดตัวที่ปล่อยให้ใครตาย แต่ภาพลวงในความรู้สึกนึกคิดของเราเองและความรู้สึกผิดกับเรื่องร้ายๆ บางเรื่องที่เราไม่ยอมปล่อยให้ผ่านพ้นไปนั้นเป็นอุปสรรคของจริงที่ใครๆ อาจจะได้ประสบมาบ้างในชีวิต

คลาวด์โชคดีที่มีเพื่อนอย่างทิฟ่า เป็น Tipharet ให้กับจิตวิญญาณของเขา แต่พวกเราอาจจะโชคดีกว่าที่นั่นเป็นเพียงเรื่องสมมติ เพราะในความเป็นจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องมี Tifa ก็สามารถพบกับ Tipharet ในจิตใจตัวเองได้ จริงไหมครับ ^ ^

Favourites