บล็อกนี้อยู่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution Non-Commercial No-Derivative 3.0 License

WorldAndOutWorld

          การ์ตูนญี่ปุ่นแนวแฟนตาซีที่​โดดเด่นมาก​ ​นักอ่าน​ส่วน​ใหญ่​จำ​ได้​ ​ช่วงนี้คง​ไม่​พ้นเบอร์​เซิร์ก​ ​(​เพราะ​มันยาวสุดๆ​ ​แล้ว​ยัง​ไม่​จบ) ​เบอร์​เซิร์ก​เป็น​การ์ตูนที่มีลายเส้นเตะตามาก​ ​โดย​เฉพาะ​เล่มแรกๆ​ ​เพราะ​พี่​แกเล่นวาดแบบแทบ​ไม่​ใช้​สกรีนโทนเลย​ (ดูๆ​ ​ไปคล้ายภาพสเก็ตช์) ​โหด​ ​เลือดสาด​ ​ตาถลน​ ​ไส้ทะลัก​ ​สมองไหล​ ​เนื้อเรื่องเนียนสุดๆ​ ​องค์ประกอบทางแฟนตาซีชัดเจน​ ​ลงตัวมาก​ ​และ​ยัง​โดดเด่น​เป็น​เอกลักษณ์​ ​ช่วงหลังภาพโหดน้อยลงหน่อย​ ​แต่ดู​ยัง​ไงก็​ยัง​ไม่​ใช่​แฟนตาซีชวนฝัน​ (เหตุผลนึงคือ​เพราะ​เนื้อเรื่องมันมืดมนไปหน่อย)

อ่านเรื่อง​ทั่ว​ไปเกี่ยว​กับ​เบอร์​เซิร์ก​ ​(​ถ้า​เขียนเสร็จ​แล้ว​จะ​ทำ​ลิงค์ที่นี่)

          ใน​ช่วงแรกๆ​ ​เบอเซิร์กดำ​เนินเรื่องผ่าน​ (สิ่งที่ดู​เหมือน​จะ​เป็น)​ ​ยุ​โรป​ ​การแปล​ยัง​ดำ​เนินไป​ได้​ด้วย​ดี​ไม่​มีปัญหาอะ​ไร​ ​ต่อมา​เมื่อพวกตัวเอก​ต้อง​เข้า​ไปข้องเกี่ยว​กับ​อาณาจักรกุษาณ​ ​(​ใน​เรื่องแปลว่าคูชาน) ​ก็​เริ่มมีภาษาสันสกฤตทะลัก​เข้า​มา​ใน​เนื้อเรื่องมากขึ้นเรื่อยๆ​ ​แล้ว​ผู้​แปลก็จนปัญญาที่​จะ​ถอด​ให้​เป็น​ภาษา​ไทย​ ​(​เพราะ​เสียง​ใน​ภาษาญี่ปุ่นมี​เพียง​ 114 ​เสียง​ ​ซึ่ง​ไม่​พอถอดเสียงสันสกฤต) ​เลยปล่อยค้าง​ไว้​อย่าง​นั้น​หลายคำ​ ​ทำ​ให้​อรรถรสของเรื่องเสียไปอย่างน่า​เสียดาย​

          ผมเลยมี​ความ​คิดที่​จะ​ลองเอาคำ​ศัพท์​เหล่านี้มาถอดเสียงตามหลักที่ถูก​ต้อง​ ​แล้ว​เขียนลง​ blog ​ดูครับ​ ​ต่อไปนี้​เวลาอ่านเบอร์​เซิร์ก​จะ​ได้​เพิ่มอรรถรสขึ้นอีกนิด​ (มั้ง) ​เนื่อง​จาก​เบอร์​เซิร์กเล่มเก่าๆ​ ​ฝุ่นจับไปหมด​แล้ว​ผมเลย​ไม่​แน่​ใจว่ามีคำ​สันสกฤตคำ​ไหนบ้างที่ผม​ยัง​ไม่​ถอด​ ​ใครเจอคำ​ไหนที่ผม​ยัง​ไม่​ได้​เขียน​ถึง​ก็​ช่วย​เตือนมาหน่อย​แล้ว​กัน​ครับ​

          จะ​เริ่มล่ะนะครับ​ ​คำ​ที่​เป็น​ตัวหนาคือภาษาสันสกฤต​ ​ส่วน​ใน​วงเล็บคือการถอดเสียงตาม​ฉบับ​การ์ตูน​

          ศิรัต (ชีรัท) ​ที่จริงก็​ไม่​ใช่​คำ​หรอกครับ​ ​เป็น​ชื่อน่ะ​ ​คือคนที่ออกมาสู่​กับ​กัซตั้งแต่ภาคยุคทอง​ ​มีท่วงท่า​และ​อาวุธประหลาดมาก

 

 


คนที่ยืนเก๊ก​อยู่​ตรงกลางคือสิลัต​

          ปิศาจ (บิชาจา) ​อันนี้คนไทยคงรู้จัก​กัน​ดี​อยู่​แล้ว​ ​ถามว่า​ ​อ้าว​ ​แล้ว​ไอ้ตัวประหลาดที่ออกมาสู้​กับ​พวกกัซตั้งแต่ต้นเรื่องนั่น​ไม่​ใช่​ปิศาจเหรอ​ ​อันนี้คนละ​ความ​หมาย​กัน​ครับ​ ​ถ้า​ว่า​กัน​ตามฝรั่งก็​ต้อง​บอกว่าพวก​นั้น​มัน​เป็น​ demon ​คนละสายพันธุ์​กัน​ ​เพราะ​ว่ามา​จาก​คนละตำ​นาน​กัน​ ​มีลักษณะ​แตกต่าง​กัน​

          กุษาณ (คูชาน) ​อาณาจักรชื่อกุษาณมีจริงๆ​ ​ใน​ประวัติศาสตร์นะครับ​ ​อยู่​ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย​ (เมืองหลวงของอาณาจักรนี้ปัจจุบันคือเมืองเปชะวาร์​ซึ่ง​อยู่​ใน​ปากีสถาน) ​แต่​ใน​เรื่องนี้สงสัย​จะ​เมคเอง​ ​แค่​เอาชื่อ​และ​บรรยากาศแบบอินเดียมา​ใช้​

          กนิษกะ (กนิชกะ) ​เป็น​ชื่อของกษัตริย์ที่ก่อตั้งอาณาจักรกุษาณครับ​ ​นับถือศาสนาพุทธ​ด้วย​นะ​

          รากษส (รัคชาส) ​เป็น​อสูรที่มี​ความ​สามารถ​แปลงร่าง​ได้​ ​และ​มีฤทธิ์มากครับ​ ​เหมือนพวกยักษ์ๆ​ ​ที่​โผล่มา​ใน​รามเกียรติ์นั่นแหละ​ (อันที่จริงที่​ใน​เรื่องรามเกียรติ์​เรียกว่ายักษ์​ ​ส่วน​ใหญ่​เป็น​รากษสต่างหากครับ)

 

 


ภาพรากษส​ใน​เรื่องเบอร์​เซิร์ก​

          มกร (มาคาล่า) ​หรือ​ก็คือมังกรนั่นแหละครับ​ ​แต่​เป็น​มังกรแบบดั้งเดิมแบบฮินดู​แบบที่​เป็น​พาหนะ​ให้พระพิรุณใน​ตำ​นานของฮินดู​ ​ใน​ภาษาบาลี​ ​คำ​ว่ามังกรแปลว่า​ ​"​ผู้​ส่ายปาก​ใน​การจับสัตว์​" ​ซึ่ง​บางครั้ง​ใน​ภาษาสันสกฤตหมาย​ถึง​จระ​เข้​ได้​ด้วย​ (จระ​เข้มันส่ายปาก​ด้วย​เหรอครับ​? ​ใครมี​ความ​รู้บอกทีสิ) ​ต้อง​ขออภัย​ด้วย​ครับที่​ไม่​มีรูป​ ​ผมหาที่สวยๆ​ ​ไม่​ได้​จริงๆ​

          ปราณ (พลาน่า) ​เป็น​พลังงานอย่างหนึ่งมา​จาก​ชีวิตของเราครับ​ ​เรื่องปราณนี่จริงๆ​ ​แล้ว​ก็​ไม่​ใช่​แฟนตาซีสัก​เท่า​ไหร่​ ​ออก​จะ​กึ่งๆ​ ​ระหว่าง​ความ​เชื่อ​ ​วิทยาศาสตร์​และ​ปรัชญา​ ​คล้ายๆ​ "ชี่​" ​หรือ​กำ​ลังภาย​ใน​ของจีน​

          ทุรคา (โดลก้า) ​เป็น​ภาคหนึ่งของพระอุมา​เทวี​ ซึ่ง​มีลักษณะดู​โหดร้ายน่ากลัวมาก​ ​เพราะ​เกิดมา​เพื่อกำ​ราบอสูร​ ​ชื่อของพระทุรคา​แปลว่า​ ​"​เข้า​ไป​ไม่​ถึง"​ ​มี​แปดกร​และ​ทรงอาวุธต่างๆ​ ​มีสิงโต​เป็น​พาหนะ​ (แต่​เรื่อง​ความ​ดุร้ายน่ากลัว​ยัง​แพ้ภาค​ "กาลี​" ​ซึ่ง​ผมคาดว่า​เป็น​ที่มาของ​ความ​กลัวเมียของพระศิวะกระมัง​?) ​สา​เหตุที่​ใน​เรื่องเอาทุรคามาพูด​ถึง​คง​เป็น​เพราะ​เป็น​ "​เทพคลั่ง" ​ที่มีหน้าที่​ "กำ​จัดอสูร"

 

 


เจ้า​แม่ทุรคา​ ​หน้าตาน่ากลัว​ใช้​ได้​เลย​ใช่​ไหมล่ะครับ​

          กุณฑลิณี (คุงดาลินี) ​เป็น​พลังอย่างหนึ่ง​ใน​ทางโยคะ​ ​กระตุ้น​จาก​จักระบริ​เวณก้นกบ​ ​ไหลผ่านแนวกระดูกสันหลังขึ้นไป​ยัง​กระหม่อม​ ​คำ​ว่ากุณฑลิณีมี​ความ​หมายว่า​ "ขดตัวเหมือนงู​" ​ว่า​กัน​ว่า​ผู้​ที่​สามารถ​กระตุ้นพลังกุณฑลิณี​ให้​ตื่นขึ้น​ได้​หาก​ไม่​เป็น​บ้า​เสียสติ​ไปเลย​เพราะ​ธาตุ​ไฟแตกก็​จะ​มีอภิญญาขึ้นมา​ (ฟังดูคล้ายๆ​ ​ธนู​ใน​เรื่องโจโจ้​เลยแฮะ​ ​ถ้า​ไม่​ตาย​จะ​กลาย​เป็น​ผู้​ใช้​สแตนด์) ​ใครสนใจอยากมีพลังพิ​เศษติดต่อผม​ได้​นะครับ​ ​ผมหาวิธีฝึก​ให้​ได้​ ​แต่​เป็น​อะ​ไรไป​ไม่​ขอรับผิดชอบนะ​

 

 


สัญลักษณ์​แทนการตื่นของพลังกุณฑลิณีครับ​ ​ต่อมา​ความ​หมายถูกเปลี่ยนไป​เป็น​ปัญญา​และ​การเล่นแร่​แปรธาตุ​ ​แล้ว​ก็ถูกเปลี่ยนไปอีก​เป็น​เภสัช​และ​สมุนไพร​

          หน้าตาคุ้นๆ​ ​มั้ยครับ​? ​เหมือนสัญลักษณ์อะ​ไร​ใน​เรื่องน้อ​ ... ​จริงๆ​ ​แล้ว​สัญลักษณ์นี้​เขา​เปรียบ​กับ​การเคลื่อนพลัง​จาก​จักระด้านล่างขึ้นไป​ถึง​ข้างบนครับ​ ​ขนนกแสดง​ให้​เห็น​ถึง​การตื่นของพลัง​

          ครุฑ (การูด้า) ​เป็น​ที่รู้จัก​กัน​ดี​อยู่​แล้ว​นะครับ​ ​เป็น​สิ่งมีชีวิตรูปกายเหมือนครึ่งคนครึ่งนกอินทรี​ (อินทรี​เท่า​นั้น​นะครับ​ ​ถ้า​ไปเหมือนนก​อื่น​นี่​ไม่​ใช่​ครุฑ) ​มีพละกำ​ลังมหาศาล​ ​รวด​เร็ว​ ​มีสติปัญญา​เฉียบคม​ ​เป็น​พาหนะของพระนารายณ์​ ​และ​ได้​รับพร​ให้​เป็น​อมตะครับ​ (โดนวัชระ​ ​หรือ​สายฟ้าของพระอินทร์เข้า​ไป​ ​ขนร่วงแค่​เส้นเดียวอะ​ ​คิดดูละ​กัน)​

          ทาคะ (ดาก้า) ​นักบวชชาย​ใน​นิกายตันตระที่ทำ​หน้าที่ส่งวิญญาณ​ให้​กับ​ผู้​ตาย​ ​ถ้า​เป็น​ผู้​หญิงเรียกว่าทาคินี​ ​กล่าว​กัน​ว่ามีมนตราที่ร้ายกาจมาก​

 

 


ภาพทาคินี​

          ปรมฤษี​ ​สัญญาณิเทวะ (บารามาริชา​ ​เซนยานี​ไดบา) ​ไม่​รู้ถอดเสียงถูก​หรือ​ไม่​ ​แต่คิดว่าน่า​จะ​ใช่​แหละครับ​ ​(​เป็น​แค่ชื่อตัวละคร) [แก้ตามคุณเทร่าแล้วนะครับ]

PS ​หายหน้า​ไปนาน​เพราะ​ไม่​ว่างครับ​ ​จริงๆ​ ​นี่ก็​ไม่​ว่าง​ ​แต่อู้งานมา​เขียน
PPS ​ใน​วงเล็บผม​ไม่​รู้ว่าตรง​กับ​ฉบับ​หนังสือการ์ตูน​หรือ​เปล่านะ​ ​ตอนผมอัพ​อยู่​เล่ม​นั้น​มันหายไปไหนก็​ไม่​รู้​ ​เลยเดาๆ​ ​เอา​จาก​ที่จำ​ได้​ใน​หัว
PPPS ​หายหน้า​ไปนาน​ ​กลับมาอีกที​ใช้​ Exteen ​ไม่​เป็น​แล้ว​ครับ​ ​ใครก็​ได้​สอนทำ​ theme ​หน่อย​ T_T
PPPPS Exteen ​ใช้​ Ajax ​แล้ว​ ​เย้​!

edit @ 9 Dec 2007 15:51:15 by P.S.

โชคดีเป็นของคุณผู้อ่านที่ผมโชคร้ายไม่ได้ไปดูภาพยนตร์เรื่อง "เปิงมาง" อย่างที่ตัวเองต้องการแต่กลายเป็น "Blood and Chocolate" ไปแทน ทำให้มีเรื่องมาเขียนให้ได้อ่านกันในวันนี้

เอาเรื่องย่อก่อนละกันครับ เผื่อว่าใครไม่ใช่คอหนังจะได้พอจะรู้กันว่าผมพูดเรื่องอะไร Blood and Chocolate หรือชื่อในภาษาไทยว่าเจ้าสาวพันธุ์อสูรเป็นเรื่องเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งนามวิเวียน ที่แฝงกายอาศัยอยู่กับมนุษย์ในคราบของคนธรรมดาเดินดิน แต่ในความเป็นจริงแล้วเธอคือหนึ่งในเผ่าพันธุ์ Loup Garou (อ่านว่า "ลูป การู" เป็นภาษาฝรั่งเศส หมายถึงมนุษย์หมาป่าครับ) ซึ่งในยามปกติจะมีร่างกายที่เหมือนกับมนุษย์ธรรมดา แต่หากร่างกายหลั่งเลือดเมื่อไรจะกลายร่างเป็นสุนัขป่า

วิเวียนรอดตายจากการตามล่าของมนุษย์มาอยู่กับสังคมของ Loup Garou ด้วยกัน แต่แล้ววันหนึ่งเรื่องทั้งหมดก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อวิเวียนมีความรักกับมนุษย์คนหนึ่งซึ่งทำให้เธอต้องเลือกระหว่างวิถีชีวิตของมนุษย์หมาป่ากับมนุษย์ซึ่งมันขัดแย้งกันเหลือเกิน


ภาพโปสเตอร์หนัง Blood & Chocolate แบบที่ใช้ในต่างประเทศ


ฉบับหนังสือนิยาย

คิดว่าหลายๆ คนคงไม่รู้ว่าเรื่อง Blood and Chocolate นี้ก่อนที่จะมาเป็นหนังภาพยนตร์มันเคยเป็นหนังสือนิยายมาก่อนด้วย

แม้ว่าเนื้อเรื่องโดยทั่วๆ ไปในฉบับหนังสือกับภาพยนตร์จะตรงกัน แต่ก็มีจุดที่แตกต่างกันหลายจุดทีเดียว ถึงขนาดที่ว่าประเด็นของเรื่องพลิกกลับเป็นตรงข้ามเทียวครับ สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุด (และไม่สปอยล์คนที่ยังไม่อ่าน) ก็คือในฉบับนิยายผู้เขียนตั้งใจจะชี้ให้เห็นว่าวิถีชีวิตของมนุษย์หมาป่ากับคนทั่วๆ ไปไม่สามารถไปด้วยกันได้ ในขณะที่ฉบับภาพยนตร์นางเอกกับพระเอกกลับได้รักกันสมใจ


ภาพปกหนังสือ Blood and Chocolate

ตำนานสุนัขป่า

รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ฉบับหนังสือจะมีมากกว่าฉบับภาพยนตร์ครับ (แหงล่ะ) แต่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไปดูไม่รู้เรื่อง เพราะในภาพยนตร์ก็เล่าเรื่องย่อๆ ให้พอควร ซึ่งผมชอบตำนานมนุษย์หมาป่าเวอร์ชัน Blood and Chocolate นี้มาก เขาว่างี้ครับ :

พวก Loup Garoux เป็นสายพันธุ์ที่แตกต่างไปจากมนุษย์ เรียกตัวเองว่า Homo lupus (โฮโมแปลว่ามนุษย์ ลูปัสแปลว่าสุนัขป่า ทั้งสองคำมาจากภาษาลาติน) พวกนี้เป็นมนุษย์ที่ได้รับอำนาจในการกลายร่างจากเทวีแห่งดวงจันทร์ ซึ่งถือเป็นพร ไม่ใช่คำสาป พวกลูป การูสามารถกลายร่างเป็นสุนัขป่าได้ดังใจ ไม่จำกัดแต่ในคืนจันทร์เพ็ญ แต่ยิ่งพระจันทร์ใกล้จะเต็มดวงมากเท่าไหร่พวกเขาก็จะยิ่งหักห้ามใจไม่ให้กลายร่างได้ยากมากขึ้นเท่านั้น และในคืนจันทร์เพ็ญ พวกเขาจำต้องกลายร่างเป็นสุนัขป่า พวกลูป การูจะไม่ยอมเผยรูปลักษณ์ของเขาให้ใครรู้เพราะกลัวว่าจะต้องสูญพันธุ์ แร่เงินจะเป็นพิษต่อกระแสเลือดของเขา แต่การจะสังหารลูป การูนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เงินเสมอไป อะไรก็ตามที่ทะลวงกระดูกสันหลังของเขาได้ก็ถือว่าใช้ได้ทั้งสิ้น

ที่จริงแล้วในฉบับหนังสือร่างที่พวกเขาแปลงนี้ก็ไม่ได้เหมือนกับสุนัขป่าแท้ๆ อย่างในหนังภาพยนตร์นัก แต่จะมีหูที่ใหญ่ และขาที่ยาวกว่าสุนัขป่าธรรมดาทั่วไป

สัญลักษณ์ที่ปรากฏในเรื่อง

ที่จริงแล้วตอนแรกที่ผมปิ๊งความคิดเรื่องจะเอา Blood & Chocolate มาพูดถึงในบล็อกเนี่ยมันก็หัวข้อนี้แหละครับ แต่ทำไมถึงเขียนถึงเรื่องอื่นไปยาวขนาดนั้นได้ก็ไม่รู้ นี่คงเป็นความขี้โม้โดยแท้

สิ่งแรกที่ทำให้ผมสะดุดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือชื่อเรื่องครับ เลือดกับช็อคโกแลต ถ้าคิดตรงๆ มันก็ไม่ค่อยจะสื่อความหมายสักเท่าไหร่ แต่ถ้าตีความมันในเชิงสัญลักษณ์แล้วก็น่าสนใจทีเดียวครับ

  • เลือด : ชีวิต, เกียรติยศ, ความต้องการ
  • การหลั่งเลือด : ความตาย
  • ช็อคโกแลต : ความรัก, การอุทิศตน

โดยปกติแล้วการตีความสัญลักษณ์พวกนี้ต้องดูที่เนื้อหาที่จะสื่อด้วยครับ สัญลักษณ์อย่างเดียวกันจึงมีได้หลายความหมายแล้วแต่บริบทของเรื่อง ในที่นี้ที่ผมยกมาเป็นความหมายที่เห็นใช้กันบ่อยๆ ซึ่งก็ต้องนำมาเลือกให้เข้ากับเรื่องอีกที ซึ่งในที่นี้ผมคิดว่า "ความรักและความตาย" น่าจะเป็นความหมายของชื่อเรื่องที่เหมาะสมที่สุด

ยังไม่โดนเท่าไหร่ใช่ไหมครับ กับแค่คำว่าเลือดและช็อคโกแลต ต่อไปนี้เป็นลิสต์ของสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ปรากฏในเรื่องเท่าที่ผมสังเกตเห็น

  1. หมาป่า : ความโดดเดี่ยว, ความผิดบาป
  2. ชื่อของนางเอกคือวิเวียน แปลว่า "ความคล่องแคล่ว"
  3. ชื่อของพระเอกคือไอเดน แปลว่า "ไฟ"
  4. ต่อจากข้อ 3. ไฟ : ความหวัง, อำนาจ และอีกข้อหนึ่งที่น่าสังเกตคือ สัตว์ร้ายทุกชนิดกลัวไฟ ไม่เว้นแม้แต่ ลูป การู
  5. อิงจากคำพูดของหนังช่วงหนึ่ง (ผมจำไม่ได้ชัดว่าฉากไหน)"เมื่อมีการหลั่งเลือด ลูป การูจะเผยให้เห็นถึงรูปลักษณ์ที่แท้จริง" เมื่อการหลั่งเลือดหมายถึงความตาย และหมาป่าหมายถึงบาป การที่พวกลูป การูเอามีดเฉือนตัวเองและกลายร่างในการล่าย่อมหมายถึงตัดสินใจที่จะ "ตาย" และยอมรับ "บาป" แล้ว
  6. เงิน : ความบริสุทธิ์, ศรัทธา การที่ลูป การูแพ้เงิน หมายความว่า "ศรัทธา" สามารถเอาชนะ "บาป" ได้ (ออกแนวศาสนา)
  7. อันนี้ออกแนวศาสนาเหมือนกันครับ นางเอกเจอกับ "ความหวัง" (ไอเดน) ในโบสถ์
  8. แม่น้ำ : พระจิตเจ้า, ความเงียบสงบ, สันติ, อิสรภาพ, ความปลอดภัย "ถ้าเจ้าข้ามแม่น้ำไปได้ เจ้าจะได้รับชีวิตของเจ้า" = อะไรเอ่ย?


อีกภาพหนึ่งที่เห็นปรากฏหลายครั้งในหนัง เป็นรูปปั้นของโรมูลุสกับเรมุสครับ รายละเอียดอ่านได้ที่นี่


หมดแรงแล้วครับ ขอจบตอนนี้ไว้เพียงเท่านี้ดีกว่า ใครที่ยังมีแรงก็มาลิสต์รายนามสัญลักษณ์ของเรื่องนี้ต่อจากผมทีก็แล้วกันนะ


edit @ 2007/04/26 20:18:11

ด้วยความที่ชื่นชอบ The Curse of The Black Pearl มากจนถึงขนาดทั้งดูในโรงทั้งซื้อแผ่นกลับมานั่งดูที่บ้านอีกตั้งไม่รู้กี่รอบ ผมก็เลยยอมจ่ายตังค์ให้ Dead Man's Chest อีกไปโดยปริยาย

สนุกดีครับ หนังทำดีไม่ผิดหวัง แล้วก็เป็นไปตามคาดว่าหนังเรื่องไหนที่ภาคแรกมันไม่จบ มันต้องเป็นไตรภาคแน่ๆ ไม่ก็เป็นซีรีย์ยาวไปเลย ภาคนี้ดูจนจบแล้วชี้ชัดมากๆ ว่ามันต้องมีภาคต่อ เอาเถอะ หนังดีจะทำกี่ภาคก็ไม่ว่าหรอก อย่าทำพังภาคสุดท้ายแบบ The Matrix กับ X-Men ก็แล้วกัน

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ หนังเรื่อง The Pirates of the Caribbean เป็นภาพยนตร์แนวแฟนตาซีผจญภัย เดินเรื่องอยู่ในธีมของโจรสลัดครับ ในเรื่องนี้คุณจะได้พบกับการทรยศหักหลัง การล่าสมบัติ การดวลดาบ การเดินเรือฝ่าภยันตรายต่างๆ นานาทั้งจากธรรมชาติและจากโจรสลัดกลุ่มอื่นๆ อันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของหนังโจรสลัด พร้อมทั้งเรื่องมหัศจรรย์ การต่อสู้กับอสุรกายหรือปิศาจต่างๆ ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของหนังแฟนตาซีในเวลาเดียวกัน แถมยังมีมุกให้ได้หัวเราะกันตลอดทั้งเรื่อง (โดยมากก็ฮากับความกวนของจอห์นนี่ เด็ปป์เนี่ยแหละ) ฟังดูก็น่าสนุกแล้วใช่มั้ยล่ะครับ ^ ^

มาภาคนี้ นอกจากเรือ Black Pearl อันเป็นเรือต้องสาปที่เปิดตัวมาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว ยังมีเรืออาถรรพ์ในตำนานปรากฏออกมาให้ได้ยลโฉมกันอีกครับ เจ้าเรือลำนี้ก็คือ Flying Dutchman ที่โด่งดังนั่นเอง (ใครไม่รู้จักไม่ต้องตกใจครับ ผมกำลังจะเล่าให้ฟัง)

เรือฟลายอิ้งดัทช์แมนเป็นเรือผีสิงที่ต้องสาปครับ มันจะไม่ถูกแล่นไปยังฝั่งใดทั้งสิ้น แต่จะต้องวนเวียนไปทั่วเจ็ดคาบสมุทรไปชั่วนิรันดร์ (คาบสมุทรทั้งเจ็ดได้แก่ Adriatic Sea, Aegean Sea, Arabian Sea, Black Sea, Caspian Sea, Indian Ocean, Mediterranean Sea, Persian Gulf และ Red Sea) ซึ่งทั้งสาเหตุและรายละเอียดเกี่ยวกับเรือก็จะแตกต่างกันไปเนื่องจากถูกเล่าขานกันหลายเวอร์ชันมาก แต่ลักษณะโดยทั่วไปก็คือเรือมักจะส่องแสงเรืองรองแบบหลอนๆ และปรากฏออกมาให้เห็นอยู่ไกลลิบ หากเรือนี้มีการติดต่อเรือลำอื่นก็มักจะเป็นการฝากข้อความถึงคนที่ตายไปนานแล้ว (ว่ากันว่าหากใครรับเอาข้อความมาก็จะต้องประสบกับหายนะ)

หลายๆ ครั้งคำว่า Flying Dutchman ถูกใช้เรียกเรือวิญญาณโดยทั่วไปตามที่ต่างๆ ของโลกด้วย แต่เรือดัทช์แมนลำที่ถูกเล่าขานว่าล่องไปรอบแหลม Good Hope คือลำที่เป็นตำนานดั้งเดิมครับ

กัปตันของเรือในตำนานมีชื่อว่า Hendrik van der Decken (ซึ่งในเรื่อง The Pirates of the Caribbean ได้แก้ไขเป็นเดวี่ โจนส์ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่สำคัญ เพราะบางเวอร์ชันก็บอกว่ากัปตันของดัทช์แมนมีชื่อว่าฟาลเคนบูร์ก) ในปี 1641 เฮนดริกได้สาบานว่าเขาจะต้องล่องเรือไปรอบแหลม Good Hope ให้ได้ แม้ว่าเขาจะต้องใช้เวลาล่องเรือไปจนชั่วกัลปาวสานก็ตาม ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรือดัทช์แมน แต่มันไม่ได้กลับขึ้นฝั่งอีกเลย

ในเรื่อง The Pirates of the Caribbean เรือฟลายอิ้งดัทช์แมนจะกลับมาปรากฏที่ฝั่งทุกๆ 10 ปี แต่ถ้าผมจำไม่ผิด หนังไม่ได้ระบุว่ามันกลับมาเพื่ออะไร

นอกไปจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไปในเรื่อง The Pirates of the Caribbean ก็คือการที่เรือดัทช์แมนมีความสามารถในการเรียกตัวคราเก้น (Kraken) ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนานของสแกนดิเนเวียนออกมาได้ ที่จริงตอนต้นเรื่องที่อยู่ๆ ก็มีเรือจมลงไปน่ะ ผมก็รู้สึกอยู่แล้วว่าอย่างกับฝีมือของคราเก้นเลย ไปๆ มาๆ ใช่ซะอีก ไม่นึกว่าจะเอามาเล่น แฟนตาซีจริงๆ ครับเรื่องนี้

ดูจบแล้วยังคงข้องใจว่า ตกลงระหว่างวิล เทอร์เนอร์กับแจ็ค สแปร์โรว์นี่ใครเป็นพระเอกกันแน่ (อันนี้ข้องมาตั้งกะภาคแรกแล้ว) แต่ดูเหมือนภาคนี้แจ็คจะเด่นกว่ามั้ง? หรือเปล่า? แต่ที่แน่ๆ ตอนท้ายเรื่องจะมีตัวละครที่ไม่คาดฝันมาโผล่ให้ตะลึงกันเล่นๆ ครับ ใครจะไปดูก็จับตามองให้ดี


โกยเข้าปาย เฮียแจ็ค อย่าให้โดนจับได้เน้อ

PS ภาคนี้ดูอลิซาเบธโฉดขึ้นหน่อยๆ แฮะ ใครรู้สึกเหมือนผมบ้าง? ว่าแต่เจ๊แกฝีมือดาบชั้นครูเลยนะ ภาคนี้น่ะ