เรื่องดรูอิดไว้เล่าทีหลังครับ วันนี้มีเหตุการณ์อะไรบางอย่างดลใจ เลยแปลงเพลงมาให้อ่านกันเล่นๆ
เพลงชื่อ dek เอ๋ย dek-d
dek เอ๋ย dek-d ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน (ซ้ำ)
-หนึ่ง ขยันลอกหนักหนา
-สอง หา source แล้ว save มั่น
-สาม ฝึกฝนก็อปอย่างเชี่ยวชาญ
-สี่ การก็อปนั้นต้องอุกอาจกล้าหาญ
-ห้า ต้องอกตัญญู
-หก ไม่เคยรู้จัก credit งาน
-เจ็ด ต้องแอบเนียนให้เชี่ยวชาญ ต้องเหมือนคนเขียนเองในทุกๆ สถาน
-แปด ลอกคล่องไม่ข้องขัด
-เก้า ต้องเหลี่ยมจัดตลอดกาล ไร้ซึ่งสำนึกทุกประการ ให้เหมาะกับกาลสมัยชาติพัฒนา
-สิบ ทำตนให้เป็นประโยชน์ ก็อปบทความทั้งโคตร รวบรวมไว้เก็บรักษา
เด็กสมัยชาติพัฒนา จะเป็น dek-d พาชาติไทยเจริญ
หมายเหตุ เพลงนี้หมายถึงพฤติกรรมที่คนบางกลุ่มภายใต้ชื่อ dek-d ชอบกระทำ ไม่ได้เป็นการเหมารวมใดๆ ทั้งสิ้น ใครไม่เป็นอย่างนี้ก็ดีแล้ว อย่าร้อนตัว
PS นี่ไม่ใช่ครั้งแรกแล้วนะ ไอ้สมาชิกเว็บนี้นี่่ขาประจำ
PPS ถ้าโดนลอกประโยคละบาท ตอนนี้ผมรวยไปแล้ว
PPPS ย้ำอีกครั้ง เนื้อเพลงดังกล่าว ไม่ได้เหมารวมสมาชิกเว็บทั้งหมด แต่อาจจะรวมถึงพฤติกรรมของคนบางพวกที่ไม่ได้อยู่ในเว็บด้วยนะ
PPPPS ใครอยากรู้ว่าโดนลอกอะไรไปบ้างติดต่อมาหลังไมค์ ผมไม่อยากประจาน แค่มาบ่นว่าโดนลอกพอละ
เบื่อการเมืองว่ะครับ!
(วันนี้มาแปลก จริงๆ แค่มาอัพ blog นี้ก็ถือว่าแปลกแล้ว)
ถ้าไม่ติดอยู่ว่ายังต้องพึ่งพิงสังคมนะ จะเข้าป่า เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ อยู่นอกวัฏจักรของการแย่งชิงแหวน เอ้ย แย่งชิงอำนาจเสียที (อยากเป็นทอม บอมบาดิล) ไหนๆ ก็ไหนๆ นึกได้ว่าอดีตลัทธิที่ผมนับถืออยู่มันก็พอจะกล้อมแกล้มเป็นแฟนตาซีได้นี่หว่า ก็เลยเอามาอัพบล็อกซะเลย
ใช่แล้ว ผม (เคย) นับถือ druidism (ลัทธิดรูอิด) ไม่ใช่พุทธคริสต์อิสลามอย่างชาวบ้านทั่วไป
สำหรับหลายๆ ท่านที่ไม่คุ้นเคยกับตำนานเคลต์ ไม่อ่านหรือเล่นเกมแฟนตาซีเลย คงจะไม่รู้ว่าดรูอิดมันคืออะไร หน้าตาเป็นยังไง อ้ะ ประเดิมให้ก่อนหนึ่งรูป
ภาพจาก http://www.wiltshire.gov.uk/gallery/general/stukeleys_druid.jpg
เหมือนอะไรครับ? พ่อมด? ฤๅษี? อันที่จริงแล้วดรูอิดก็คล้ายๆ กับทั้งสองอย่างนั่นแหละครับ เอาเป็นว่าเดี๋ยวเรามาลองทำความรู้จักกับคำว่า druidry กันก่อนดีกว่า
Druidry
เดิมทีเป็นความเชื่อพื้นเมืองของหมู่เกาะอังกฤษซึ่งมุ่งเน้นด้านความสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์ระหว่างตัวบุคคลและจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติ ให้ความสำคัญกับชีวิต อำนาจ และความรู้ โดยในสมัยก่อนชาวเคลต์ (Celt) มีภูมิปัญญาที่สืบทอดร่วมกันมาระหว่างกลุ่มคนสามกล่มคือวณิพก (Bard) วาเทส (Vates) และดรูอิด (Druid) ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปดังนี้
-
วณิพกจะทำการเล่าขานตำนาน หรือประวัติศาสตร์โดยผ่านทางลำนำ บทกวี หรือบทเพลง โดยมักจะเป็นเพลงร้องและมีดนตรีประกอบ
-
วาเทสเป็นผู้ที่ศึกษาธรรมชาติเช่นเดียวกับดรูอิด แต่จะมุ่งเน้นไปในทางเวทมนต์ ความตาย ความฝัน หรือสิ่งลึกลับต่างๆ มากกว่า เทียบไปแล้วก็เป็นนักปรัชญาผสมกับโหราจารย์ วาเทสบางคนอาจจะเป็นดรูอิดด้วย
-
ดรูอิดเป็นผู้ศึกษาธรรมชาติในแง่ของปรัชญามากกว่าอิทธิปาฏิหาริย์ โดยดรูอิดอาจจะศึกษาเรื่องพิธีกรรมต่างๆ บางพอสมควร แต่จะเน้นในด้านปรัชญาธรรมชาติ และปรัชญาด้านศีลธรรม
อย่างไรก็ตาม ลัทธิดรูอิดเคยสูญหายไปจากโลกในช่วงยุคมืด (เพราะศาสนาบางศาสนานั่นแหละ) ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่าลัทธิดรูอิดที่นับถือกันอยู่ในปัจจุบันจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับลัทธิดรูอิดแต่เดิมโดยตรง ลัทธิเหล่านี้ถูกเรียกว่า Neo-Druidism แต่ตามปกติลัทธิดรูอิดจะมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่นอยู่แล้ว ด้วยความหลากหลายนี้เองทำให้สืบสาวที่มาที่ไปได้ยาก ถ้าจะมีบางลัทธิที่เหลือรอดมาจากลัทธิดรูอิดเดิมในสมัยโบราณจริงๆ ก็ไม่แปลก
หมายเหตุ: ดรูอิดจริงๆ สวมชุดขาว ไม่ใช่ชุดเขียว ชุดเกราะ หรือชุดหนังสัตว์แบบในเกมนะจ๊ะ
Druid Code
จริงๆ แล้วกฎของพวกดรูอิดจะแตกต่างกันไปตามกลุ่มที่ตัวเองสังกัดนะครับ อย่างกฎตอนที่ผมนับถือก็ไม่ใช่ชุดนี้ แต่เห็นว่าอันนี้ดูอ่านง่ายดี เลยไปขโมยมาจากเว็บของ Summerlands (แต่ใส่คำอธิบายกฎตามความเข้าใจของตัวเองตามที่เคยนับถือมา)
-
ดรูอิดนั้นเปิดกว้างต่อวิถีแห่งอำนาจ เพราะดรูอิดแสวงหาความรู้โดยไม่ปิดกั้น ถ้ามีอำนาจใหม่ๆ ที่ดรูอิดไม่เคยรู้จักมาก่อน ดรูอิดจะทำการศึกษามัน
-
ดรูอิดเป็นทั้งผู้สอนและผู้ศึกษาความรู้ ดรูอิดต้องทำการศึกษาความรู้ที่เขาได้รับ และนำมาสอนคนอื่นๆ โดยไม่หวงวิชา
-
ดรูอิดจะศึกษาศาสตร์แห่งเวทมนต์ทั้งเก้า อันนี้ขอรวบยอดไปอธิบายในตอนที่ 3 นะครับ
-
ดรูอิดจะเกิดใหม่ผ่านการบูชายัญ อันนี้น่ากลัวหน่อย ดรูอิดเชื่อในการบูชายัญนะครับ และการบูชายัญดังกล่าวก็มีทั้งพืช สัตว์ มนุษย์ด้วย แต่ดรูอิดมีจิตวิญญาณอมตะ ดังนั้นการบูชายัญไม่ใช่เรื่องโหดร้ายสำหรับเขา
-
ดรูอิดจะรักษากฎระเบียบและความสมดุล ดรูอิดเชื่อในความสมดุลของธรรมชาติครับ ดังนั้นดรูอิดจะไม่เข้าไปแทรกแซงฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเว้นแต่เพื่อการรักษาภาวะสมดุลของภาพรวม
-
ดรูอิดต้องเป็นที่เคารพของผู้คน คือทำตัวให้มันน่าเคารพน่ะครับ
-
ดรูอิดมีหลายชีวิต เพราะดรูอิดเชื่อในจิตวิญญาณอมตะ เขาจึงไม่ควรเกรงกลัวความตาย
-
ดรูอิดต้องมองลึกเข้าไปในชีวิต หมายถึงทั้งชีวิตที่ใช้อยู่ และชีวิตหลังความตายนั้นด้วย (แต่คำว่าชีวิตหลังความตายไม่มีในสารบบดรูอิดนะครับ เดี๋ยวคุยต่อตอนถัดไปละกัน - -")
-
ดรูอิดต้องเข้าใจความปีติแห่งอิมบาส อิมบาสแปลว่าไฟ หรือแรงบันดาลใจครับ ก็ตรงตัว
-
ดรูอิดเป็นหนึ่งเดียวกับเทพเจ้า คือต้องแสวงหาความเป็นหนึ่งกับเทพเจ้านั่นเองครับ เป็นความเชื่อเชิงศาสนาของเขาน่ะ
-
ดรูอิดเสาะแสวงหาความจริง ดรูอิดเป็นผู้ที่ใฝ่รู้อย่างยิ่ง และต้องทำการค้นหาความจริง แม้ว่ามันจะขัดแย้งต่อความรู้ที่มีอยู่ในขณะนั้นเท่าใดก็ตาม
วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวผมจะอยากวิ่งเข้าป่าไปจริงๆ (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ผมไม่ได้นับถือลัทธินี้แล้วนะ อ้อ! ไม่ต้องถามนะครับว่าผมเคยศึกษาลัทธิดรูอิดอยู่กลุ่มไหน ผมไม่บอก
PS ทำไมไม่อัพเรื่อง Berserk ต่อเหรอ? ก็เล่มใหม่มันยังไม่ออกน่ะสิ!!
PPS เรื่อง reference ผมจะค่อยๆ รวบรวมแล้วเอามา edit ใน entry นี้ทีหลังรวดเดียวนะ คือมันเยอะมาก แล้วผมก็จำไม่ได้ด้วยว่าเคยอ่านจากไหนมั่ง - -"
ผมไม่รู้จะบรรยายกิจกรรมนี้ยังไงดีนะ ขอลอกคุณภูภู่ฯ มาหมดเลยละกัน
กิจกรรม Exteen Tower Project
หอคอยเอ๊กซ์ทีน (ทะลวงไปให้ถึงสวรรค์เลยพวก!)
ผู้ริเริ่ม : JEDINEKO
กติกา : สร้างสรรค์ชั้นหอคอยขึ้นมา โดย 1 คนได้พื้นที่ 1 ชั้น เพื่อนำมาเรียงต่อกัน
(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : Exteen Tower Project) โดยเป้าหมายอยู่ที่ 100 ชั้น!!
มันทะลุร้อยชั้นไปแล้ว แต่ผมเพิ่งมาขอเล่นด้วยคน T_T
ชื่อชั้น: Fantastica
รายละเอียด: Fantasy Has No Ending
หายหน้าไปน่ะ อย่าคิดว่าหมดมุกอัพนะครับ
...
ที่จริงแล้วหมดแรงต่างหาก (ทั้งเหนื่อย ทั้งจิตตก T_T)