บล็อกนี้อยู่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution Non-Commercial No-Derivative 3.0 License

mythology

ไชโย! ว่างมาอัพบล็อกแล้ว! หายหน้าหายตาไปเป็นเทอมเลยนะเนี่ย คงเป็นเพราะผมลงทะเบียนเรียนซะเต็ม 22 หน่วยกิตด้วยครับเลยไม่ว่างมาเขียนบล็อกที่นี่ให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่ก็คุ้มล่ะ ได้ A มาครองสองตัวแล้ว นั่งรอประกาศผลวิชาต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ ^ ^

พอดีวันก่อนเพื่อนไปดูหนังมาครับ เรื่อง 300 อุเหม่! เห็นเราเป็นเอ็นไซโคลปีเดียไปซะอย่างนั้น กลับมาถามประวัติศาสตร์ใหญ่ คุยไปคุยมาเจ้าตัวถามถึงตำนานของโรมูลุส กษัตริย์องค์แรกของโรมัน

เอาสิครับ ขอมาก็จัดให้ ไปอ่านพร้อมๆ กันเลยก็แล้วกัน ^ ^


ในอัลบา ลองกา อามูลิอุสพระอนุชาของกษัตริย์นูมิทอร์ได้วางแผนชิงราชสมบัติของพระองค์ นูมิทอร์ผู้นี้เป็นราชาผู้สืบทอดบัลลังก์ต่อจากอัสคานิอุสบุตรแห่งเอเนียสผู้รอดชีวิตจากสงครามกรุงทรอย หลังจากที่ถูกอามูลิอุสยึดอำนาจแล้วก็ถูกสั่งคุมขัง

กระนั้นอามูลิอุสก็ยังไม่มั่นใจในความมั่นคงของบัลลังก์จึงส่งเรอา ซิลเวีย บุตรีของนูมิทอร์ไปยังวิหารแห่งเวสต้าเพื่อให้ถือครองพรหมจรรย์เป็นนักบวชหญิงของเทวีเวสต้า เนื่องจากอามูลิอุสต้องการให้เรอาไม่มีบุตร แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าเรอาโดนเทพมาร์ส (อะเรสของกรีก) เล่นจ้ำจี้จนตั้งครรภ์ไปเสียอย่างนั้น (บางตำราบอกว่าตอนที่มาร์สมาหานางเรอานั้น มาร์สอยู่ในคราบของสุนัขป่า) นางได้ให้กำเนิดบุตรฝาแฝดคู่หนึ่ง

แน่นอนว่าข่าวนี้สร้างความขัดเคืองให้กับอามูลิอุสอย่างแรง เขาสั่งให้จับนางเรอาฝังดินทั้งเป็น (เป็นการลงโทษนักบวชแห่งเวสต้าที่ละทิ้งพรหมจรรย์) แล้วนำตัวเด็กน้อยฝาแฝดใส่ตะกร้าไปทิ้งแม่น้ำไทเบอร์

เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีแม้แต่ตำนานเดียวที่เด็กคนใดก็ตามที่ถูกจับไปลอยทิ้งแม่น้ำจะตายตามที่ตัวร้ายของเรื่องต้องการ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าท่านต้องการกำจัดทายาทของศัตรูของท่านกรุณาจัดการให้ดับดิ้นเดี๋ยวนั้นเลย อย่าปล่อยให้เท้งเต้งตามยถากรรม เดี๋ยวมันรอด

ปรากฏว่าตะกร้ากลับได้รับการดูแลจากโพรวิเดนเทีย เทวีแห่งพรหมลิขิตให้ถึงฝั่งอย่างปลอดภัย (บางตำนานก็ว่าเป็นไทเบอรินุส เทพประจำแม่น้ำไทเบอร์) และได้รับการเลี้ยงดูจากนางสุนัขป่าตัวหนึ่ง (นัยว่าเป็นเมาคลีไปเสียแล้ว) ภายหลังจึงมีคนเลี้ยงแกะนามฟาอุสตูลุสมาพบเข้า แล้วพากลับไปเลี้ยงดูประหนึ่งลูกแท้ๆ ของตนที่บ้าน

ฟาอุสตูลุสและภรรยานามแอคคา ลาเรนเทียได้ตั้งชื่อให้กับฝาแฝดทั้งสองว่าโรมูลุส และเรมุส

ครั้นเมื่อเจริญวัยขึ้นสองพี่น้องก็ได้รวบรวมสมัครพรรคพวกกลับเข้าสู่อัลบา ลองกา สังหารราชาอามูลุสและคืนบัลลังก์ให้แก่นูมิทอร์อีกครั้ง

โรมูลุสและเรมุสเดินทางกลับไปยังสถานที่ที่ตนได้รับการเลี้ยงดูจากนางสุนัขป่าอีกครั้งแล้วสร้างเมืองขึ้นที่นั่น แต่ทั้งสองกลับทะเลาะกันถึงตำแหน่งที่ตั้งของปราสาทและกำแพงเมือง ในขณะที่โรมูลุสต้องการจะสร้างกำแพงบนเนินพาลาทีน เรมุสกลับต้องการจะสร้างกำแพงบนเนินอาเวนทีนซึ่งมียุทธภูมิที่ดีกว่า ทั้งสองตกลงกันไม่ได้จนในที่สุดโรมูลุสก็ลงมือสังหารเรมุสด้วยมือของตนเอง

โรมูลุสสร้างเมืองของตัวเองต่อไปจนเสร็จและขนานนามมันว่าโรมตามชื่อของตน เขาสถาปนาตนขึ้นเป็นกษัตริย์องค์แรกแห่งอาณาจักรโรม ซึ่งมีประชากรอพยพเข้ามาเรื่อยๆ จนเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่อย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา


รูปสลักนี้ด้านล่างจะเห็นพี่น้องฝาแฝดดื่มนมแม่สุนัขป่าอยู่ครับ


edit @ 2007/03/18 20:20:45

เอาชื่อนิยายของจูลส์ เวิร์นมาตั้งซะงั้น หายไปนานทีเดียวครับไม่รู้มียังมีใครอ่าน blog นี้อยู่อีก เจ้าของ blog หายไปนานปานจะเลิกเขียน ที่จริงแล้วตกลงใจกันกับเพื่อนๆ ที่ภาควิชาว่าจะทำเกมส่งประกวดครับ งานหนักมากเลย ก็เลยไม่มีเวลามาเขียน blog (ลองดูจากวันที่สิว่าผมเขียนค้างไว้นานแค่ไหน) สุดท้าย project ล่มไปเรียบร้อยครับ ไม่มีผลงานส่งประกวดด้วย blog ก็ไม่ได้เขียน ปิดเทอมก็ไม่ได้พัก โอ๊ย ชีวิตมันช่างน่าเศร้า


คราเก้นเป็นที่รู้จักกันมานานแสนนานในฐานะอสุรกายร่างยักษ์จากใต้ทะเลลึกซึ่งถูกเล่าขานกันมาในสแกนดิเนเวียน อย่างไรก็ตาม ไม่เคยมีชื่อ "คราเก้น" ปรากฏอยู่ในปกรณัมของนอร์สเลยครับ หากแต่ในเออร์วาโอดส์ (Örvar-Odds วรรณคดีเก่าแก่เรื่องหนึ่งของนอร์ส) มีการกล่าวถึงสัตว์ประหลาดที่เรียกว่าฮาฟกูฟา (Hafgufa) ซึ่งเขาว่ามีลักษณะคล้ายกับคราเก้น แต่ฮาฟกูฟาจะมีหน้าตาอย่างไรแน่นั้นผมก็ไม่ทราบเช่นกัน เพราะหาข้อมูลยากเหลือเกินครับ

คราเก้นถูกบรรยายลักษณะไว้ว่ามีขนาดพอกับเกาะที่ลอยอยู่เหนือน้ำ ตำนานว่าไว้ว่าอันตรายที่แท้จริงของคราเก้นไม่ได้อยู่ที่ตัวมันครับ แต่อยู่ที่น้ำวนขนาดมหึมาที่เกิดขึ้นจากมันต่างหาก อย่างไรก็ตามมันมีพลังขนาดจับเรือรบขนาดใหญ่กดลงไปใต้ผืนน้ำได้เลยทีเดียว เคยมีบันทึกไว้ว่าคราเก้นมีขนาดตัวไม่เกิน 16 กิโลเมตร (ก็ใหญ่แล้วนะ แต่เทียบกับบันทึกที่บอกว่าราวครึ่งไมล์แล้วมันก็... -_-") และใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์ทะเลทั้งหลาย มันจับปลากินเป็นอาหารในขณะเดียวกับที่ให้อาหารปลาเล็กปลาน้อยด้วยเช่นกัน เหล่าประมงในสมัยนั้นจึงพยายามจะจับปลาในแถบที่ตนคิดว่าคราเก้นอยู่ เพราะจะทำให้จับปลาได้มาก

ที่แปลกก็คือ ว่ากันว่าคราเก้นถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเกาะอยู่บ่อยครั้ง และในบางครั้งถ้ามีเกาะใดๆ ในแผนที่ที่สามารถมองเห็นได้เพียงแค่ในบางโอกาสเท่านั้น ก็จะถูกมองว่าจริงๆ แล้วแผนที่นั้นกำลังชี้ตำแหน่งของตัวคราเก้นอยู่ ไม่ใช่เกาะ

ในปัจจุบันเกมและภาพยนตร์ต่างๆ นิยมสร้างภาพคราเก้นให้เป็นปลาหมึก (หรือสัตว์ที่คล้ายปลาหมึก) ขนาดมหึมา แต่ตามตำนานเดิมไม่เคยมีระบุไว้ว่าคราเก้นเป็นปลาหมึกเลย แถมในยุคแรกๆ ลักษณะที่พรรณนาถึงเจ้าคราเก้นนี้ยังกระเดียดไปทางปูเสียมากกว่าปลาหมึกซะอีก (มีบ้างเหมือนกันที่ตีความว่าเป็นปลาวาฬ)

"Below the thunders of the upper deep;
Far, far beneath in the abysmal sea
His ancient, dreamless, uninvaded sleep
The Kraken sleepeth..."

- โดย Tennyson